ข้อมูลราคาหลักทรัพย์

GOLD
ราคาล่าสุด
8.45
เปลี่ยนแปลง
-
ปริมาณซื้อขาย (หุ้น)
275,700
% เปลี่ยนแปลง
-

คำวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ

บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จากัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ขอรายงานผลการดาเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สาหรับไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 บริษัทฯ มีกาไรสุทธิ จานวน 351.29 ล้านบาท ลดลง 305.45 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 46.5 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และกาไรสุทธิสาหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 บริษัทฯ มีกาไรสุทธิ จานวน 712.72 ล้านบาท ลดลง 400.51 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 36.0 จากงวดเดียวกันของปีก่อนโดยมีสาเหตุหลักดังนี้

  1. บริษัทฯ มีรายได้รวมสาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 จานวน 3,993.58 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเป็นจานวน 891.03 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 18.2 และมีรายได้รวมสาหรับงวด 6 เดือนของปี 2563 จานวน 8,008.93 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนเป็นจานวน 1,111.59 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 12.2 โดย
    • ลดลงจากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นจานวน 838.60 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.1 และสาหรับงวด 6 เดือนของปี 2563ลดลง จานวน 1,048.61 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.9 โดยยอดโอนในระหว่างไตรมาสลดลงจานวน 76 ยูนิต ลดลงร้อยละ 7 และยอดโอนสาหรับ 6 เดือนลดลง 20 ยูนิต ลดลงร้อยละ 1 จานวนหน่วยขายที่โอนได้ในไตรมาสนี้ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 7 เพราะการชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านในช่วงวิกฤต ประกอบกับในปีก่อนลูกค้าเร่งโอน เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าพิจารณายอดโอนในรอบหกเดือนลดลงเล็กน้อยเนื่องจากในไตรมาส 1 บริษัทยังมียอดโอนที่สูงกว่าไตรมาส 1 ของปีก่อน แต่หากพิจารณาจากจานวนโครงการที่บริษัทเปิดมากขึ้น ผลปรากฎว่าจานวนหน่วยที่โอนได้ต่อโครงการลดลงจากผลกระทบที่กล่าวมา ราคาขายต่อหน่วยที่ลดลงประมาณร้อยละ 11 เป็นเพราะยอดขายบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดซึ่งมีราคาขายต่อหน่วยที่สูงมียอดลดลง จากความกังวลในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และมาตรการสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น แต่ถ้าพิจารณาแยกตามเขตภูมิศาสตร์ ยอดขายในเขตกรุงเทพและปริมณฑลลดลง แต่บริษัทมีรายได้เพิ่มจากโครงการในต่างจังหวัดที่มีจานวนโครงการมากขึ้น
    • เพิ่มขึ้นจากรายได้จากการให้เช่าและบริการ สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นจานวน 11.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 และสาหรับงวด 6 เดือนของ ปี 2563 เป็นจานวน เป็นจานวน 24.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากโครงการอาคารสานักงานเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ ที่มีอัตราการให้เช่าพื้นที่และอัตราค่าเช่าเพิ่มสูงขึ้น งานบริการพื้นที่ห้องประชุมได้รับผลกระทบหนัก ในช่วงปลายไตรมาส
    • ลดลงจากรายได้จากธุรกิจโรงแรม สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นจานวน 39.18 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25.6 และสาหรับงวด 6 เดือนของปี 2563 ลดลงจานวน 39.63 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 13.3 มาจากอัตราการเข้าใช้ห้องพักที่ลดลง และอัตราค่าเช่าต่อคืนก็ลดลง สืบเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 จึงมีการระงับการเดินทางระหว่างประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนมค. 2563 เป็นต้นมา หลายโรงแรมได้ทยอยปิดดาเนินการในช่วงนี้และมากขึ้นในเดือนเม.ย. ไตรมาสหน้า แต่โรงแรมในกลุ่มของบริษัท ยังคงเปิดดาเนินการต่อเนื่อง ในส่วนของเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ทั้งสองแห่งของบริษัท ยังคงมีห้องพักที่เปิดเช่าระยะยาวอยู่ จึงได้รับผลกระทบน้อยกว่าโรงแรมอื่นอยู่บ้าง แต่นับเป็นผลกระทบที่หนักมากกว่าทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา
    • เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าการจัดการ สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 จานวน 2.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 และสาหรับงวด 6 เดือนของปี 2563 เพิ่มขึ้นจานวน 7.45 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.7 จากการปรับขึ้นตามสัญญาจ้างบริหารอาคารและจากการให้บริการในโครงการใหม่เพิ่มขึ้น
    • รายได้อื่นๆลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นจานวน 8.06 ล้านบาท และสาหรับงวด 6 เดือนของปี 2563 ลดลงจานวน 35.52 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนมีการกลับรายการประมาณการหนี้สินที่เกิดจากคดีความของบริษัทย่อย ซึ่งศาลมีคาสั่งให้ยกฟ้อง บริษัทจึงพิจารณาปรับลดประมาณการหนี้สิน และปีก่อนบริษัทฯมีกาไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจานวน 18.06 ล้านบาท
  2. บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวมสาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 จานวน 3,488.70 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นจานวน 615.51 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15.0 และมีค่าใช้จ่ายรวมสาหรับงวด 6 เดือนของปี 2563 จานวน 6,971.03 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนเป็นจานวน 805.99 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 10.4 โดยส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายลดลงตามสัดส่วนของรายได้ ดังนี้
    • ลดลงจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 จานวน 530.56 ล้านบาท ซึ่งลดลงร้อยละ 17.5 อัตรากาไรขั้นต้นลดลงร้อยละ 1.3 เนื่องจากในไตรมาสปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากโครงการต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งมีอัตรากาไรขั้นต้นต่ากว่า ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ สาหรับงวด 6 เดือน ปี 2563 ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจานวน 759.56 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 13.4 มีผลให้อัตรากาไรขั้นต้นค่อนข้างคงที่
    • ต้นทุนการให้เช่าและบริการคงที่สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 และสาหรับงวด 6 เดือน ปี 2563 เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.1 โดยที่ต้นทุนของการให้เช่าและบริการ ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ มีต้นทุนผันแปรไม่มาก
    • ต้นทุนธุรกิจโรงแรม สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 ลดลงจานวน 12.88 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.8 และสาหรับงวด 6 เดือน ปี 2563 ลดลงจานวน 14.21 หรือลดลงร้อยละ 7.1 ลดลงได้น้อยกว่าการลดลงของรายได้ โดยลดในส่วนต้นทุนผันแปรเป็นส่วนใหญ่ ผู้บริหารโรงแรมลดเงินเดือนของตนลง ให้พนักงานลาหยุด ปิดห้องพักในบางชั้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายตั้งแต่เดือน ก.พ. 2563 หลังการปิดการเดินทางระหว่างประเทศ
    • ต้นทุนในการจัดจาหน่าย สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 ลดลงจานวน 70.18 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.5 และสาหรับงวด 6 เดือน ปี 2563 ลดลงจานวน 99.03 หรือลดลงร้อยละ 14.6 ส่วนใหญ่ลดลงในส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะ การโฆษณา และการตลาด ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานขาย ซึ่งทั้งหมดลดลงตามสัดส่วนของรายได้จากการขายที่ลดลง
    • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 ลดลงจานวน 19.50 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 4.8 และสาหรับงวด 6 เดือน ปี 2563 เพิ่มขึ้นจานวน 36.82 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานที่มีจานวนพนักงานใหม่เพิ่มขึ้นตามจานวนโครงการที่มากขึ้นและค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางตามจานวนโครงการบ้านจัดสรรที่เพิ่มขึ้นโดยบางโครงการยังไม่สามารถรับรู้รายได้ ต้องรอการโอนบ้านและที่ดินในอนาคต รวมถึงค่าเช่าและค่าบริการและค่าเสื่อมราคาสาหรับสานักงานใหม่ และค่าจ้างที่ปรึกษาและผู้ประเมินอิสระ ถึงแม้ว่าบริษัทจะชะลอการรับพนักงานใหม่ หลังพบว่ายอดขายเริ่มชะลอตัวลง รวมถึงการเลื่อนเปิดโครงการใหม่ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในไตรมาส 2 จะลดต่าลงกว่าปีก่อน แต่สาหรับงวด 6 เดือน ก็ยังสูงกว่าปีก่อน
    จากรายได้และค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้นทาให้ กาไรสุทธิก่อนส่วนแบ่งกาไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ในไตรมาสนี้เท่ากับ 504.88 ล้านบาท ซึ่งลดลง 275.51 ล้านบาท หรือร้อยละ 35.3 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเท่ากับ 1,037.90 ล้านบาท ซึ่งลดลง 305.60 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 จากงวด 6 เดือนของปีก่อน
  3. บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า เพิ่มขึ้น 59.49 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 132.57 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวด 6 เดือนของปีก่อน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมค้า ซึ่งเริ่มเปิดศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 จึงมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดในช่วงการเปิดศูนย์ฯค่อนข้างมาก ในขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ยังทยอยเพิ่มขึ้น อัตราค่าเช่ายังอยู่ในระดับต่า ส่วนธุรกิจโรงแรมยังเปิดดาเนินการและให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  4. บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 จานวน 106.33 ล้านบาท จากกาไรก่อนภาษีที่ 457.61 ล้านบาท คิดเป็นอัตราภาษีเงินได้ร้อยละ 23.2 และสาหรับงวด 6 เดือน ปี 2653จานวน 224.68 ล้านบาท คิดเป็นอัตราภาษีเงินได้ร้อยละ 24 เนื่องจากผลขาดทุนจากบริษัทร่วมค้า ยังไม่สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ภาษีเงินได้ได้
    จากผลการดาเนินงานที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้มีกาไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สาหรับงวด 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2563 จานวน 351.29 ล้านบาท ลดลง 305.45 ล้านบาท หรือร้อยละ 46.5 ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
    • รายได้รวมลดลงร้อยละ 18.2 จากยอดขายบ้านและที่ดินที่ลดลง ส่วนธุรกิจโรงแรม และการให้เช่าร้านค้า ห้องประชุมที่ต้องทยอยหยุดให้บริการตามคาสั่งของรัฐบาล
    • ค่าใช้จ่ายรวมลดลงเพียงร้อยละ 15.0 ผลต่างของค่าใช้จ่ายที่ลดลงน้อยกว่ารายได้ ร้อยละ 3.2 ทาให้กาไรลดลง 131.09 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.3 ของกาไรในงวดก่อน บริษัทยังไม่ได้เลิกจ้างพนักงาน แต่ให้พนักงานปฏิบัติงานจากที่บ้านมากขึ้น มีการดูแลรักษาความสะอาด สุขอนามัยของสถานที่ที่ให้บริการ ทาให้ค่าใช้จ่ายไม่สามารถลดลงได้มากเท่ารายได้
    • ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า ทาให้กาไรลดลงร้อยละ 9.1

    สาหรับงวด 6 เดือนปี 2563 บริษัทฯ มีกาไรจานวน 712.72 ล้านบาท ลดลง 400.51 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.0

  5. ฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563
    • สินทรัพย์
      บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 52,953.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 เป็นจานวน 5,755.27 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมจานวน 1,993.40 ล้านบาท เพื่อสารองเงินสดไว้ในภาวะวิกฤต โครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น และจากการซื้อที่ดินเพื่อเตรียมพัฒนาโครงการใหม่รวมเป็นจานวน 4,106.52 ล้านบาท ลดลงจากเงินลงทุนในการร่วมค้าจานวน 153 ล้านบาท และลดลงจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน สิทธิการเช่า และที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ จานวนรวมสุทธิ 253.64 ล้านบาท เนื่องจากการตัดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ดาเนินงาน
    • หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
      บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 36,365.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 เป็นจานวน 6,157.94 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมจากสถาบันรวมตั๋วเงินจ่ายระยะยาว 5,518.88 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นสุทธิ 1,500 ล้านบาท และลดลงจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 639.43 ล้านบาท จากการทยอยลดปริมาณงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับยอดขายที่ชะลอตัวลง และหนี้สินหมุนเวียนและไม่หมุนเวียนอื่นสุทธิ 221.51 ล้านบาท

    ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ มีจานวน 16,588.33 ล้านบาท ลดลงจากเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 เป็นจานวน 402.67 ล้านบาท ผลจากกาไรจากการดาเนินงานสาหรับงวด 6 เดือน หักด้วยเงินปันผลจ่ายจานวน 1,115.39 ล้านบาท

ไทย | EN

Copyright © 2016, Golden Land Property Development PLC. All Rights Reserved.