ข้อมูลราคาหลักทรัพย์

GOLD
ราคาล่าสุด
8.45
เปลี่ยนแปลง
-
ปริมาณซื้อขาย (หุ้น)
434,100
% เปลี่ยนแปลง
-

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้จัดทำ “จรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน” (Code of Conduct)1 โดยได้รับอนุมัติ จากคณะกรรมการบริษัทอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ มีความเข้าใจ และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน เป็นมาตรฐานสอดคล้องตาม นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้ง 5 หมวด อันประกอบด้วย 1) สิทธิของผู้ถือหุ้น 2) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน 3) การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4) การเปิดเผย ข้อมูลและความโปร่งใส และ 5) ความรับผิดชอบของ คณะกรรมการบริษัท

ในปี 2561 บริษัทฯ จัดให้มีการทบทวนนโยบายการ กำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้เพิ่มเติมหัวข้อหน้าที่ ของประธานกรรมการให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560

คณะกรรมการบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีถึงความสำคัญ ของการนำหลักบรรษัทภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี มาปฏิบัติ เพราะเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ที่ยั่งยืน มีระบบการบริหารจัดการที่คำนึงถึงคุณธรรม ความ โปร่งใส ตรวจสอบได้ อันเป็นพื้นฐานที่ส่งเสริมการดำเนินงาน ให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มประสิทธิผล โดยมุ่งเน้นการสร้าง ประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย โดยรวม คณะกรรมการจะดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบาย และข้อปฏิบัติที่ระบุไว้โดยจะปรับปรุงให้เหมาะสมกับเวลาและ สถานการณ์ คณะกรรมการจึงได้กำหนดนโยบายและถือปฏิบัติ ตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ โดยแบ่งเป็น 5 หมวด ได้แก่

  1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
  2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
  3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
  4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
  5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
สิทธิของผู้ถือหุ้น

1. สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ ตระหนักถึงสิทธิและความเท่าเทียมกัน ของผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการรับทราบข้อมูลผลการดำเนินงานและ นโยบายการบริหารงาน มีสิทธิในการรับส่วนแบ่งกำไร สิทธิ ในการเสนอวาระการประชุมสิทธิในการเสนอชื่อกรรมการ และ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับสิทธิ อย่างเท่าเทียมตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท และกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และเพื่อเป็นการให้ความมั่นใจว่าผู้ถือหุ้นทุกราย มีสิทธิเท่าเทียมกัน บริษัทฯ ได้จัดให้มีกระบวนการประชุม ผู้ถือหุ้นที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ มีมาตรการดูแลการใช้ ข้อมูลภายใน มีการควบคุมและดูแลการทำรายการระหว่างกัน รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอ

2. การประชุมผู้ถือหุ้น

  • นโยบายการกำหนด วัน เวลา และสถานที่ ในการประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้น ทุกกลุ่ม ซึ่งรวมถึงนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมประชุม

    บริษัทฯ กำหนดให้มีการประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นปีละครั้งภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือน นับแต่สิ้นสุดรอบปี บัญชีของบริษัทฯ โดยจะกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่จะจัด ประชุม ซึ่งมีความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกและส่งเสริม ให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้นที่เป็นนักลงทุนสถาบัน ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยมีนโยบาย คือ

    • จะไม่จัดประชุมในวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดทำการของธนาคารพาณิชย์ การประชุมจะเริ่มประชุม ในช่วงเวลา 8.30 - 16.00 น. โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคน สามารถส่งใบลงทะเบียนหรือหนังสือมอบฉันทะมายังบริษัทฯ เพื่อรับลงทะเบียนล่วงหน้า
    • จัดประชุมในเขตกรุงเทพมหานครหรือ ท้องที่อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้น สามารถเดินทางไปร่วมประชุมได้ง่าย
    • จะมีการให้ข้อมูล วัน เวลา สถานที่และ วาระการประชุม โดยมีคำชี้แจงและเหตุผลประกอบในแต่ละ วาระ หรือประกอบมติที่ขอตามที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุม สามัญผู้ถือหุ้นประจำปีและวิสามัญผู้ถือหุ้น หรือในเอกสาร แนบวาระการประชุม
    • ไม่มีการจำกัดโอกาสของผู้ถือหุ้น ในการศึกษาสารสนเทศของบริษัทฯ
    • หากมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเสนอ วาระเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งกระทบหรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ของผู้ถือหุ้น หรือเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ กฎหมาย ที่ใช้บังคับที่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทฯ จะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเป็นกรณีไป

    ในปี 2561 บริษัทฯ ได้จัดการประชุมผู้ถือหุ้น จำนวน 1 ครั้ง ได้แก่

    การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ครั้งที่ 25 จัดขึ้นในเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 เวลา 10.00น. ณ ห้องวิคเตอร์ 2-3 วิคเตอร์ คลับ ชั้น 8 อาคารสาทรสแควร์ ออฟฟิศทาวเวอร์ เลขที่ 98 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

  • การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของกรรมการ และผู้บริหาร

    การประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีนี้ได้ดำเนินการ ประชุมตามพระราชบัญญัติมหาชน จำกัด พ.ศ. 2538 ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้ การประชุมเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับการประเมินคุณภาพการจัดการ ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น

    ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 (ครั้งที่ 25) มีการพิจารณาลงคะแนนเสียงเรียงลำดับตามวาระ ที่กำหนดไว้ ก่อนเริ่มการประชุมทุกครั้ง ประธานในที่ประชุม จะชี้แจงวิธีการลงคะแนน การนับคะแนน และการใช้บัตร ลงคะแนนเสียง มีกรรมการเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 9 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 100 กรรมการบริษัททั้งหมดที่เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยประธานกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการบริหารประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน และสรรหากรรมการบริษัท ประกอบด้วย

  • 1. นายวันชัย ศารทูลทัต กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการ / ประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา
    2. นายปณต สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ / ประธานกรรมการบริหาร/ กรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา
    3. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการ
    4. นายโชติพัฒน์ พี่ชานนท์ กรรมการ
    5. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร กรรมการ / กรรมการบริหาร
    6. นายชายน้อย เพื่อนโกสุม กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการตรวจสอบ/ กรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา / ประธานกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล
    7. นายอุดม พัวสกุล กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
    8. นายชินวัฒน์ ชินแสงอร่าม กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ / กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล
    9. นายธนพล ศิริธนชัย กรรมการ / กรรมการบริหาร ประธานอำนวยการ/ กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล / ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง

    กรรมการที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
    - ไม่มี -

    รวมถึงมีที่ปรึกษากฎหมาย ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี รับอนุญาตของบริษัทฯ เข้าร่วมประชุมด้วยตั้งแต่เริ่มการประชุม

3. ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

  • บริษัทฯ ได้เปิดเผยมติคณะกรรมการ บริษัทฯ เรื่องกำหนดการจัดประชุมผู้ถือหุ้นทางเว็บไซต์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของบริษัทฯ พร้อมทั้งเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นที่มีรายละเอียด ครบถ้วนเปิดเผยในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ก่อนล่วงหน้า 30 วัน
  • จัดส่งหนังสือเชิญประชุม ซึ่งบรรจุวาระ ที่สำคัญอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และข้อบังคับของบริษัทฯ อาทิ รายละเอียดวาระการประชุมที่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจ รวมทั้งนำเสนอความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในแต่ละวาระ อย่างชัดเจน รายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา รายงานประจำปี พร้อมทั้งเอกสารประกอบการประชุม เอกสารที่ต้องใช้ใน การมอบฉันทะ และระบุวิธีการไว้ชัดเจน ให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ พิจารณาล่วงหน้าก่อนการประชุม 14 วัน และประกาศโฆษณา คำบอกกล่าวนัดประชุมลงหนังสือพิมพ์รายวัน 3 วันติดต่อกัน และไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุม เพื่อบอกกล่าวผู้ถือหุ้น ล่วงหน้าในเวลาที่เพียงพอสำหรับเตรียมตัวศึกษาข้อมูลในการ พิจารณาเกี่ยวกับวาระการประชุมก่อนมาเข้าร่วมประชุม หนังสือเชิญประชุมได้จัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายที่มีรายชื่อปรากฏใน สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้ บุคคลใดบุคคลหนึ่งมาประชุมแทน หรือเลือกให้กรรมการอิสระ ของบริษัทฯ เป็นผู้รับมอบฉันทะเข้าประชุมแทนได้ โดยบริษัทฯ จะเสนอรายชื่อกรรมการอิสระ พร้อมประวัติโดยสังเขปในหนังสือ เชิญประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา โดยได้จัดส่งให้ผู้ถือหุ้น ทุกรายที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุด ทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ
  • นำเสนอค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้น พิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี และนำเสนอนโยบายและ หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ ให้ผู้ถือหุ้นทราบ
  • เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแล กิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2549 บริษัทฯ ได้ให้สิทธิ แก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในการเสนอระเบียบวาระการประชุมและ เสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการในเบื้องต้นเป็นการ ล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์บริษัทฯ www.goldenland.co.th
  • ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าดูข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ ระเบียบวาระการประชุมได้ทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นการ ล่วงหน้าก่อนได้รับเอกสารการประชุม และในวันประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ เปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนก่อนการประชุมอย่างน้อย สองชั่วโมงเสมอ
  • ไม่เพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนแปลง ข้อมูลสำคัญโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า จัดสรรเวลา การประชุมอย่างเพียงพอ และดำเนินการประชุมอย่างเหมาะสม และโปร่งใส โดยในระหว่างการประชุมจะเปิดโอกาสให้ ผู้ถือหุ้นได้แสดงความคิดเห็นและซักถามอย่างทั่วถึงก่อนจะให้ ลงคะแนน และสรุปมติที่ประชุมของแต่ละวาระ
  • ให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ภายหลังเริ่มการประชุมแล้ว มีสิทธิออกเสียงหรือลงคะแนน ในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ลงมติ
  • เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่าง สม่ำเสมอผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สื่อ หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • 9 จัดให้มีช่องทางที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถ ติดต่อขอข้อมูลโดยตรงทางไปรษณีย์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail address) ของบริษัทฯ “ir@goldenland.co.th” ในเรื่อง ต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และ การตรวจสอบ เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นรายย่อยยังสามารถ ติดต่อขอข้อมูลได้จากเลขานุการบริษัท

4. วันประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ กำหนดวัน เวลา และสถานที่ประชุม ผู้ถือหุ้นซึ่งสามารถเดินทางได้สะดวกทุกราย โดยบริษัทฯ จัดให้มีเอกสารประกอบการประชุมซึ่งส่งพร้อมกับหนังสือ เชิญประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ทราบกระบวนการประชุม การตรวจสอบเอกสารหลักฐานเพื่อแสดงสิทธิในการเข้าร่วม ประชุมจัดเตรียมอากรแสตมป์ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นมีการมอบฉันทะ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ จุดลงทะเบียน กำหนดจุดบริการ รับลงทะเบียนอย่างเหมาะสมและเพียงพอโดยผู้ถือหุ้นสามารถ ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ล่วงหน้าก่อนเวลาประชุม สองชั่วโมงและต่อเนื่องจนกว่าการประชุมจะแล้วเสร็จ ในการ ลงทะเบียนและลงคะแนนเสียง บริษัทฯ ได้นำระบบ barcode มาใช้ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในขั้นตอนดังกล่าวให้รวดเร็วขึ้น

5. หลังวันประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ ได้มีการแจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นผ่าน ระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันประชุม หรือภายในวันทำการถัดไป และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยได้ระบุผลของการลงคะแนนเสียง (เห็นด้วย / ไม่เห็นด้วย / งดออกเสียง) ในแต่ละวาระ และจัดส่งรายงานการประชุม ผู้ถือหุ้นซึ่งจดบันทึกรายชื่อกรรมการที่เข้าร่วมประชุม ขั้นตอนการ ลงคะแนน วิธีการแสดงผลคะแนน ผลของการลงคะแนนเสียง (เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย / งดออกเสียง) ในวาระที่ขอรับรอง / อนุมัติจากผู้ถือหุ้น รวมทั้งข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในแต่ละวาระ ให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 14 วัน นับจาก วันประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อ ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม คณะกรรมการ บริษัทจึงมีนโยบายดังนี้

  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอเพิ่มวาระ การประชุมผู้ถือหุ้นได้ล่วงหน้าก่อนการประชุม โดยประกาศ แจ้งให้ทราบโดยทั่วกันผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยล่วงหน้าก่อนการประชุม พร้อมทั้งประกาศ หลักเกณฑ์และระบุขั้นตอนของการพิจารณาอย่างชัดเจน ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับเลือกเป็นกรรมการ ซึ่งผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้อง มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของบริษัทฯ และต้องให้ ความยินยอมในการเสนอชื่อด้วย โดยประกาศแจ้งการรับเสนอ ชื่อรวมถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยล่วงหน้าก่อนการประชุม และเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งนี้ การคัดเลือกกรรมการ ในที่ประชุมบริษัทฯจัดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการ เป็นรายบุคคล
  • ในปี 2561 บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น เสนอเรื่องที่เห็นว่าสำคัญสมควรที่จะบรรจุเป็นระเบียบวาระ และ ชื่อบุคคลเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการในการประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 (ครั้งที่ 26) ล่วงหน้าก่อนการประชุม คือตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 โดยแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งประกาศหลักเกณฑ์และระบุขั้นตอน ที่ชัดเจนไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ www.goldenland.co.th ภายใต้หมวดนักลงทุนสัมพันธ์ หัวข้อการประชุมผู้ถือหุ้น
    • ให้สิทธิออกเสียงแก่ผู้ถือหุ้น ตามจำนวนหุ้น ที่ถืออย่างเท่าเทียมกัน
    • ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบ วาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมเสมอ และมีนโยบายที่จะ ไม่เพิ่มระเบียบวาระในที่ประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้น ทราบล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลประกอบ ระเบียบวาระก่อนตัดสินใจ
    • แนบหนังสือมอบฉันทะแบบ ข. ซึ่งเป็นแบบที่ ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้เอง ในแต่ละวาระพร้อมกับหนังสือนัดประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้น ที่ไม่สะดวกเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองสามารถมอบอำนาจ ให้กรรมการอิสระหรือบุคคลอื่นเข้าประชุมและออกเสียง ลงคะแนนแทน พร้อมทั้งเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดได้
    • ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับ ทุกระเบียบวาระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่ เห็นสมควรซึ่งจะมีการเก็บบัตรลงคะแนนดังกล่าวในห้องประชุม เพื่อนำผลคะแนนมารวมคำนวณกับคะแนนเสียงที่ได้ลงไว้ ล่วงหน้าในหนังสือมอบฉันทะ ก่อนที่จะประกาศแจ้งมติของ คะแนนเสียงในห้องประชุมในที่สุด
    • บันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และจัดส่งรายงานการประชุมต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และ ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังการประชุมเสร็จสิ้น 14 วัน และเผยแพร่รายงานดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ด้วย

1. นโยบายความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทฯ ให้ความสำคัญในเรื่องการ จัดการเกี่ยวกับความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับองค์กรธุรกิจ และในระดับบุคลากรของบริษัทฯ อย่างรอบคอบ เป็นธรรม และโปร่งใส รวมทั้งกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับรายการผลประโยชน์ที่ขัดแย้ง และการกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลในเรื่องดังกล่าว อย่างครบถ้วน ในกรณีที่มีวาระที่กรรมการบริษัท รวมทั้งผู้บริหาร คนหนึ่งคนใดมีส่วนได้ส่วนเสียในวาระ กรรมการบริษัท / ผู้บริหาร จะไม่เข้าร่วมประชุม หรืองดออกเสียงในวาระนั้นๆ

  • พนักงานต้องหลีกเลี่ยงการขัดแย้งระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ของบริษัทฯ ในการติดต่อ กับคู่ค้าและบุคคลอื่นใด
  • การที่พนักงานไปเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษา ในบริษัท องค์กร หรือสมาคมทางธุรกิจอื่น จะต้องไม่ขัดต่อ ประโยชน์และการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง
  • ไม่เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจ ตัดสินใจ หรือผู้บริหารในกิจการที่เป็นการแข่งขัน หรือมีลักษณะ เดียวกันกับบริษัทฯ แต่ในกรณีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ให้รายงาน ผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที
  • ระหว่างที่ปฏิบัติงานให้บริษัทฯ และหลังจาก พ้นสภาพการปฏิบัติงานแล้ว พนักงานจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูล ที่ถือว่าเป็นความลับของบริษัทฯ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการ ปฏิบัติงาน ข้อมูลธุรกิจแผนงานในอนาคตของบริษัทฯ และอื่นๆ
  • ในกรณีที่พนักงานหรือบุคคลในครอบครัว เข้าไปมีส่วนร่วม หรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใดๆ ซึ่งอาจมี ผลประโยชน์หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางธุรกิจต่อบริษัทฯ จะต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
  • พนักงานจะต้องไม่กู้ยืมเงินจากคู่ค้าที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยยกเว้นสถาบันการเงิน เนื่องจากอาจมีอิทธิพล ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนบริษัท
  • หลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทฯ หรือก่อภาระผูกพันทางการเงินในรูปแบบใดๆ กับผู้เกี่ยวข้อง ทางธุรกิจกับบริษัทฯ หรือพนักงานของบริษัทฯ เอง
  • ห้ามพนักงานจ่ายเงิน หรือทรัพย์สินของ บริษัทฯ แก่ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
  • กรณีพนักงานมีความจำเป็นต้องทำงานอื่น เพื่อเพิ่มพูนรายได้หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเวลาทำงานทั้งนี้ จะต้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและ ศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของ บริษัทฯ ไม่ประกอบกิจการที่เป็นการแข่งขันหรือมีลักษณะ เดียวกันกับบริษัทฯ ไม่มีผลเสียต่อชื่อเสียงหรือกิจการของ บริษัทฯ ไม่นำความลับของบริษัทฯ ไปใช้ ไม่กระทบกระเทือน ต่องานในหน้าที่ของตน

2. นโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำกับและดูแล การใช้ข้อมูลภายในให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแล กิจการที่ดี โดยยึดมั่นในหลักจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนในหลักทรัพย์บริษัทฯ ได้รับการ เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ ที่ว่าด้วยเรื่องการใช้ข้อมูลภายในของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ถูกต้อง ทันที เท่าเทียมและ เพียงพอ บริษัทฯ จึงได้กำหนดระเบียบการกำกับดูแลการใช้ ข้อมูลภายใน และระเบียบการซื้อขายหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ให้สอดคล้องกับกฎหมายเกี่ยวกับ หลักทรัพย์เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจอันมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

  • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องไม่ใช้ ข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่มีสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง ราคาของหลักทรัพย์ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชนหรือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ ของบริษัทฯ อันนำมาซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น
  • กรรมการ ผู้บริหาร ต้องงดการซื้อขาย หลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วงเวลา 30 วัน ก่อนการเผยแพร่ งบการเงินแก่สาธารณชนและหลังจากเปิดเผยงบการเงินนั้นแล้ว อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • กรรมการและผู้บริหาร มีหน้าที่รายงานการ ถือครองหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทของตน คู่สมรส และบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์
  • บริษัทฯมีกฎระเบียบการรักษาความปลอดภัย ทางด้านระบบคอมพิวเตอร์และการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญถูกเปิดเผย ซึ่งผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในต้องไม่เปิดเผยข้อมูลจนกว่าจะได้ มีการแจ้งข้อมูลนั้นให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • กรณีที่กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงาน นำข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไปใช้ในทางมิชอบ บริษัทฯ มีมาตรการลงโทษอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด หากมีการ กระทำการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นบริษัทฯ ถือเป็น ความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจถูกลงโทษทางวินัยและ ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กำหนดให้กรรมการและผู้บริหาร จะต้องรายงานการถือหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่ กรรมการและผู้บริหารนั้นดำรงตำแหน่งอยู่ เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ภายใน 30 วันทำการ และรายงานทุกครั้งเมื่อมีการซื้อหรือ ขายหลักทรัพย์ภายใน 3 วันทำการต่อ ก.ล.ต.
บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อ สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่นๆ และ ตระหนักถึงบทบาท ความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทฯ ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ และดำเนินธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดของ ทางการ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะไม่ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม หรือ สนับสนุนกิจกรรม หรือธุรกรรมใดๆ ที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ บริษัทฯ เคารพ และไม่สนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาหรือเกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

บริษัทฯ ไม่เรียก ร้องขอ หรือรับเงิน ของขวัญหรือ ของรางวัล หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดจากบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการ รับอันเนื่องจากการให้ตามประเพณีนิยม บริษัทฯ ต่อต้านการ ทุจริต และไม่จ่ายสินบนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมทั้งจะให้ ความร่วมมือและสนับสนุนมาตรการของรัฐและเอกชนในการต่อ ต้านการทุจริตคอร์รัปชัน บริษัทฯ ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากร อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยกำหนดให้พนักงานต้อง เอาใจใส่และปฏิบัติงานด้วยจิตสำนึกถึงความปลอดภัยและ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ บริษัทฯ มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม

บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียแต่ละกลุ่มดังต่อไปนี้

1. ผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ คำนึงถึงความโปร่งใสในการเปิดเผย ข้อมูลสำคัญต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โดยผ่านช่องทางต่างๆ เช่นการแจ้งข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การแจ้งข้อมูลผ่านทาง เว็บไซต์ของบริษัทฯ การประกาศทางหนังสือพิมพ์ การจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ หรือการจัดส่งจดหมายเป็นลายลักษณ์ อักษร เป็นต้น

2. ลูกค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในเรื่องจรรยาบรรณ ในการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม เอาใจใส่และรับผิดชอบ ต่อลูกค้า ให้บริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในการรับข้อร้องเรียนจากลูกค้า และดำเนินการ อย่างถึงที่สุด เพื่อให้ข้อร้องเรียนได้รับการตอบสนองอย่าง รวดเร็ว เป็นที่พอใจของลูกค้า ภายใต้หลักการดำเนินงานดังนี้:

  • ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมและมุ่งมั่นที่จะ ยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รวมทั้ง
  • ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้า มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ โดยไม่มีการกล่าวเกินความ เป็นจริง ทั้งในการโฆษณา หรือในการสื่อสารช่องทางอื่นๆ กับลูกค้า อันเป็นเหตุให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ คุณภาพ ปริมาณ หรือเงื่อนไขใดๆ ของสินค้าหรือบริการ
  • ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความ รวดเร็ว และจัดให้มีระบบและช่องทางการติดต่อ หรือร้องเรียน เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.goldenland.co.th
  • รักษาข้อมูลและความลับของลูกค้า โดย ไม่นําข้อมูลไปใช้ในทางที่มิชอบ เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผย ต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องตามบทบังคับของกฎหมาย

3. คู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้/ลูกหนี้

บริษัทฯ ปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม ต่อทั้งสองฝ่าย การปฏิบัติตามพันธสัญญาอย่างเคร่งครัด จึงมีนโยบายการปฏิบัติต่อคู่ค้าตามหลักธรรมาภิบาล (CG) ในการดำเนินการสรรหา การจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดโอกาสให้คู่ค้า (ผู้ขาย / ผู้รับจ้าง/ ผู้ให้เช่า) ทุกรายเข้ามาประมูลงานเสนอราคา งานกับบริษัทฯ ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม เปิดเผย และเป็น ธรรมกับคู่ค้าทุกราย และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์ ดังนั้น ในกรณีที่คู่ค้าได้รับการติดต่อ จากผู้บริหาร พนักงาน หรือบุคคลใดๆ ในลักษณะที่เป็นการ เรียกร้องค่าตอบแทน หรือผลตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใด หรือในกรณีที่คู่ค้าเห็นว่ากระบวนการสรรหาและคัดเลือกคู่ค้า ของบริษัทฯ ไม่เป็นไปโดยโปร่งใส หรือไม่เป็นธรรมกับคู่ค้า หรือ เป็นการขจัดคู่แข่งทางการค้า บริษัทฯ สนับสนุนให้คู่ค้าแจ้งให้บริษัทฯ ทราบทันที เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมในการ จัดซื้อจัดจ้างแก่คู่ค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม

การสรรหา จัดซื้อ จัดจ้าง และการปฏิบัติ ต่อคู่ค้า

  • บริษัทฯประสงค์ที่จะให้การจัดหาสินค้า และบริการเป็นไปอย่างมีมาตรฐานภายใต้การแข่งขันบนข้อมูล ที่เท่าเทียมกัน มีหลักเกณฑ์ในการประเมินและคัดเลือกคู่ค้า และคู่สัญญา จัดทำรูปแบบสัญญาที่เหมาะสม จัดให้มีระบบ การจัดการและติดตามเพื่อให้มั่นใจว่า มีการปฏิบัติตามเงื่อนไข ของสัญญาอย่างครบถ้วน และป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ ในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดหา และจ่ายเงินให้คู่ค้าและ คู่สัญญาตรงเวลาตามเงื่อนไขการชำระเงินที่ตกลงกัน
  • บริษัทฯ มุ่งที่จะพัฒนาและรักษา สัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับคู่ค้าและคู่สัญญาที่มีวัตถุประสงค์ ชัดเจนในเรื่องคุณภาพของสินค้าและบริการที่คุ้มค่ากับมูลค่า เงิน คุณภาพทางด้านเทคนิค และมีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน
  • ห้ามผู้บริหารและพนักงานทุกคน รับผลประโยชน์ใดๆ เป็นส่วนตัวจากคู่ค้าและคู่สัญญาไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อม
  • ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการจัดซื้อ จัดหา กับคู่ค้า หรือคู่สัญญาที่มีความเกี่ยวพันกับตนเอง
  • ไม่ใช้ข้อมูลที่ได้ทราบอันเนื่องมาจาก การจัดซื้อจัดหาเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น

วิธีการคัดเลือก/เกณฑ์ การประเมินคู่ค้า

  • มีประวัติทางการเงินที่เชื่อถือได้ และ มีศักยภาพที่จะเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ ได้ในระยะยาว
  • ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการและสามารถตรวจสอบคุณภาพได้
  • ประเมินความตรงต่อเวลาในการ ส่งมอบงาน สินค้า และบริการ
  • ประเมินความสามารถในการประสาน งาน การแก้ไขปัญหา และความพร้อมของทีมงาน โดยบริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา โดยจะ ไม่จำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายทางการค้า

4. เจ้าหนี้

บริษัทฯ ได้ยึดมั่นในการปฏิบัติต่อคู่ค้าและ/หรือ เจ้าหนี้อย่างเป็นธรรมชื่อสัตย์และไม่เอารัดเอาเปรียบเพื่อก่อให้ เกิดผลประโยชน์สูงสุดร่วมกันและบริษัทได้กำหนดนโยบายและ แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเจ้าหนี้โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขค้ำประกัน การบริหารเงินทุน และกรณีที่เกิดการผิดชำระหนี้ไว้อย่าง ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ทางการค้าหรือเจ้าหนี้สถาบันการเงิน โดยไม่ให้มีการผิดนัดชำระหนี้ รวมถึงการปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่ระบุไว้ในสัญญาและข้อตกลงต่างๆ อย่างเคร่งครัด

5. คู่แข่งทางการค้า

บริษัทฯ ประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี รักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบัติในการแข่งขัน ไม่ทำลาย ชื่อเสียงของคู่แข่งขันทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้ายและ ปราศจากซึ่งข้อมูลความจริง ไม่เข้าถึงสารสนเทศที่เป็นความลับ ของคู่แข่งด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือด้วยวิธีการอื่นที่ไม่เหมาะสม มีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่แข่งขันทางการค้า โดยไม่ละเมิด ความลับหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่แข่งขันด้วยวิธีฉ้อฉล จึงกำหนดหลักนโยบายดังนี้

  • ประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของ การแข่งขันที่ดี
  • ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่ง ทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม
  • ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วย การกล่าวหาในทางร้าย
  • สนับสนุนและส่งเสริมการค้าเสรี เป็นธรรม ไม่ผูกขาดหรือกำหนดให้ลูกค้าของบริษัทต้องทำการค้ากับ บริษัทเท่านั้น
  • มีนโยบายด้านการไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ และส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้กฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทาง ปัญญา โดยจัดให้มีการตรวจสอบให้ถ้วนถี่เมื่อมีการนำข้อมูล ผลงานของบุคคลภายนอก และโปรแกรมต่างๆ มาใช้เพื่อจะได้ ไม่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

6. พนักงาน

บริษัทฯ ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมและ เป็นธรรม โดยไม่คำนึงถึงเพศ สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่อ พนักงานถือเป็นทรัพยากรอันมีค่าสูงสุดและ เป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จที่ดีโดยมีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ พนักงานอย่างเหมาะสม

  • นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทน สวัสดิการแก่พนักงาน
    บริษัทฯ มีความรับผิดชอบในการดูแลรักษา สภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต และ ทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ โดยยึดมันปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยแรงงานอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งกำหนดนโยบายดูแล เรื่องค่าตอบแทนซึ่งสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยจะพิจารณาจากความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปี และการวัดผลการปฏิบัติงานตาม Balanced Scorecard รวมทั้งสวัสดิการของพนักงาน อาทิ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นการออมและสร้างหลักประกันให้แก่พนักงานและ ครอบครัว โดยเงินสะสมส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับความสมัครใจและ อายุงานของพนักงานอัตราเงินสะสมของพนักงานและอัตราเงิน สมทบของบริษัทฯ อยู่ระหว่างร้อยละ 5 - 10 ค่ารักษาพยาบาล ค่าทันตกรรม หลักประกันสุขภาพ หลักประกันชีวิตของพนักงาน และเงินช่วยเหลือ รวมทั้งของเยี่ยมในโอกาสต่างๆ เป็นต้น
  • นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนา ความรู้ศักยภาพของพนักงาน
    ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และเสริมประสบการณ์พนักงาน โดยส่งเสริมให้พนักงานได้รับการอบรมพัฒนาทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานได้รับการพัฒนาความเชี่ยวชาญ และความ สามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมต่างๆ ของธุรกรรม ข้อกำหนด และกฎระเบียบของหน่วยงานต่างๆ ที่บริษัทฯ ต้องปฏิบัติตาม และเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎระเบียบข้อบังคับรวมทั้งจรรยาบรรณทางธุรกิจ และสามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง บริษัทฯ ได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูล ทาง Intranet และการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เพื่อให้พนักงาน ทราบหลักเกณฑ์ และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
  • นโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่เกี่ยวข้องกับ การละเมิดสิทธิมนุษยชน
    บริษัทฯ สนับสนุนและเคารพในหลักการ ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ดูแลมิให้ธุรกิจของ บริษัทฯ และบริษัทย่อยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิด สิทธิมนุษยชน

7. สังคมและส่วนรวม

บริษัทฯ สนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ สังคมอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือบริจาคทรัพย์สิน ให้แก่มูลนิธิและองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ตามโอกาส นอกจากนี้ยังส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกความ รับผิดชอบต่อสังคมในหมู่พนักงานทุกระดับ จัดให้มีการรณรงค์ ประหยัดพลังงานและการใช้ทรัพยากรในบริษัทฯ

8. องค์กรกำกับดูแลและหน่วยงานของรัฐ

บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายประกาศ ข้อกำหนด และกฎระเบียบต่างๆ ที่กำหนดโดยองค์กรที่กำกับดูแลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวง พาณิชย์ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์ฯ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เป็นต้น รวมทั้งให้ความร่วมมือและ ประสานงานกับหน่วยงานเอกชนอื่นๆ

9. สิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากตระหนักดีว่าในระหว่างการก่อสร้างโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ อาจก่อให้เกิดมลภาวะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมของ ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณก่อสร้าง โดยปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานใน เรื่องสิ่งแวดล้อม และได้มีการอบรมให้ความรู้แก่พนักงานในการ ใช้พลังงานอย่างประหยัด อาทิ การรณรงค์ปิดไฟระหว่าง เวลาพักกลางวัน ถอดปลักเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร ระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์ และรณรงค์ให้ พนักงานใช้กระดาษรีไซเคิลในการพิมพ์เอกสารภายในบริษัท

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

1. การเปิดเผยสารสนเทศทางการเงินและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ

เป็นหนึ่งในหลักการที่มีความสำคัญต่อการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับข้อมูลข่าวสารที่ ต้องแจ้งแก่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ถือหุ้น ทั้งในด้านของความ ถูกต้อง ความเพียงพอ ความรวดเร็ว และความเท่าเทียมกัน ของการให้ข้อมูลแก่ทุกกลุ่ม ดังนี้

  • เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของบริษัทฯ ซึ่ง ประกอบด้วย ข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน การเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ งบการเงินนั้น จะต้องผ่านการสอบทาน/ตรวจสอบจากผู้สอบ บัญชีว่า ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชี ที่รับรองทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท ก่อนเผยแพร่ ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เปิดเผยข้อมูลต่างๆ โดยเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ ของบริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น งบการเงิน แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) รายงานประจำปี (แบบ 56-2)
  • เปิดเผยบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการย่อย จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละคน เข้าร่วมการประชุม และนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงไว้ภายใต้หัวข้อการจัดการตามแบบแสดง รายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2)
  • เปิดเผยรายงานความรับผิดชอบของคณะ กรรมการต่อรายงานทางการเงินแสดงควบคู่กับรายงานของ ผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี (แบบ 56-2)
  • กำหนดให้กรรมการของบริษัทฯ ต้อง รายงานการซื้อขายเถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทให้ที่ประชุม คณะกรรมการบริษัททราบเป็นประจำทุกไตรมาส
  • กำหนดให้มีการรายงานการมีส่วนได้เสีย ของกรรมการและผู้บริหาร ตามประกาศคณะกรรมการกำกับ ตลาดทุน ที่ ทจ. 2/2552 เรื่องการรายงานการมีส่วนได้เสีย ของกรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ลงวันที่ 26 มกราคม 2552 โดยกำหนดให้มีการรายงานครั้งแรกใน เดือนกรกฎาคม 2552 และรายงานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ภายใน 3 วันทำการ โดยจัดส่งรายงานไปยังเลขานุการบริษัท
  • เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการและผู้บริหาร ของบริษัทฯ ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

2. การเปิดเผยข้อมูลการทำรายการเกี่ยวโยงกัน และระหว่างกัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการพิจารณารายการ เกี่ยวโยงกันและระหว่างกันต่างๆ อย่างโปร่งใส และเป็น ประโยชน์ต่อบริษัทเป็นสำคัญ บริษัทฯ จึงป้องกันรายการที่อาจ เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ต้องได้รับ การพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการ พร้อมทั้งเปิดเผย ข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ

3. การเปิดเผยข้อมูลและความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูล ที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทั่วถึง ทั้งรายงานข้อมูล ทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจนข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบ ต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ต่างๆ ดังกล่าวเพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ทั้งโดยผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ทั้งทางตรง และทางอ้อมอาทิการแจ้งข้อมูลโดยผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การแจ้งข้อมูลโดยผ่าน ทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือการจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ เป็นต้น โดยมอบหมายให้ผู้มีความรู้ ความสามารถ และมี ความเข้าใจธุรกิจของบริษัทฯ เป็นอย่างดีทำหน้าที่เป็นนักลงทุน สัมพันธ์

ประธานอำนวยการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการ สายงาน กลยุทธ์องค์กรและการลงทุนได้มีการสื่อสารโดยตรงกับผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ทั้งในและ ต่างประเทศ โดยจัดให้มีการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้า การดำเนินกิจการ และตอบข้อซักถามต่างๆ เกี่ยวกับบริษัท ให้แก่นักลงทุนและเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) นอกเหนือจากการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสารสนเทศ ต่างๆ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผ่านทางเว็บไซต์ ของบริษัท www.goldenland.co.th ที่ปรับปรุงข้อมูลให้เป็น ปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับกิจกรรมของกลุ่มบริษัทฯ ได้รับรู้ข้อมูลของบริษัทที่เป็น ปัจจุบันอย่างเท่าเทียมกัน

ในปี 2561 บริษัทฯ มีการจัดกิจกรรมนักลงทุน สัมพันธ์ ดังนี้

  • จัดประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Meeting) เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุน เข้าพบกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อสอบถามถึงนโยบาย กลยุทธ์ แผนธุรกิจ ข้อมูลด้านการเงิน และข้อมูลทั่วไปตามหลักการ เปิดเผยข้อมูลด้วยความโปร่งใส จำนวน 16 ครั้ง
  • ร่วมกิจกรรมกับทางตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ทุกไตรมาส เพื่อให้ข้อมูล ตอบข้อสงสัย ของผู้ถือหุ้นรายย่อยที่มาร่วมงานและที่ส่งคำถามออนไลน์
  • ร่วมงาน Roadshow ทั้งในและต่างประเทศ ตามคำเชิญของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับ ธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัทฯ และตอบข้อซักถามต่างๆ จำนวน 7 ครั้ง
  • มีการพานักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุน เข้าเยี่ยมชม (Site visit) โครงการที่อยู่อาศัยของบริษัท 3 ครั้ง และโครงการสามย่าน มิตรทาวน์ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุน สถาบัน ผู้เกี่ยวข้อง และบุคคลทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูล และซักถามข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลการลงทุน โดยติดต่อ

แผนกนักลงทุนสัมพันธ์ :

หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2764-6209
โทรสาร : 0-2764-6222 ต่อ 2
E-mail : ir@goldenland.co.th

4. นโยบายการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนและ การปกป้องผู้ให้ข้อมูล (Whistle Blowing Policy)

บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางการรับข้อร้องเรียนและ แจ้งเบาะแสทั้งจากภายนอกและภายในบริษัท ตลอดจนมีระบบ การดำเนินการจัดการข้อร้องเรียนที่เหมาะสม อีกทั้งยังได้ กำหนดมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียน ดังนี้

  • การแจ้งเบาะแส บริษัทฯ จัดให้มีช่องทาง ในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนในกรณีที่สงสัยว่าจะมีการ กระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ การกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมที่ส่อถึงการทุจริต การปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม กัน ผ่านช่องทางดังนี้
    • การร้องเรียนทางโทรศัพท์ ผู้ร้องเรียน สามารถร้องเรียนโดยตรงที่หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน ที่หมายเลข 0-2764-6206
    • การร้องเรียนทางไปรษณีย์หรือร้องเรียน ด้วยตนเอง
      บริษัทฯ ได้จัดเตรียมกล่องรับความ คิดเห็นไว้ในที่เปิดเผยให้ผู้ร้องเรียนสามารถยื่นเรื่องร้องเรียน ได้สะดวกด้วยตนเอง กล่องรับความคิดเห็นดังกล่าวจะถูก ดำเนินการเปิดเป็นประจำทุกสัปดาห์โดยหัวหน้าหน่วย ตรวจสอบภายใน หากผู้ร้องเรียนไม่สามารถเดินทางมาร้องเรียน ได้ด้วยตนเอง สามารถร้องเรียนได้ตามที่อยู่ดังนี้
      • ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) โดยส่งมาที่ Independent-Director@goldenland.co.th
      • ทางจดหมาย : ประธานคณะกรรมการ ตรวจสอบ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ 98 อาคารสาทร สแควร์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 36 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
  • กระบวนการดำเนินการรับเรื่องร้องเรียน
    เมื่อบริษัทฯ ได้รับเบาะแสหรือข้อร้องเรียน มาแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล ประมวลผล ตรวจสอบ และกำหนดมาตรการในการดำเนินการเพื่อบรรเทา ความเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยคำนึงถึงความ เดือดร้อนเสียหายโดยรวมทั้งหมด หลังจากนั้น ผู้ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวมีหน้าที่ติดตามผลการดำเนินการ และ รายงานผลให้ผู้รับแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส / ข้อร้องเรียนทราบ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินการดังกล่าว ต่อประธานอำนวยการประธานกรรมการบริหาร คณะกรรมการ ตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทตามลำดับแล้วแต่กรณี
  • มาตรการคุ้มครอง
    เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้แจ้งเบาะแส/ ข้อร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จ จริง บริษัทจะไม่เปิดเผยชื่อ - สกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ของผู้แจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน หรือผู้ให้ความร่วมมือในการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมไปถึงกำหนดมาตรการคุ้มครองใน กรณีที่ผู้นั้น เห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิด ความเดือดร้อนเสียหาย ทั้งนี้ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความ เหมาะสมและเป็นธรรมทั้งนี้บุคคลที่บริษัทฯตรวจสอบแล้วพบว่า ได้กระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน2 จะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทฯกำหนด หรือได้รับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับ ดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ คณะกรรมการมี ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็น อิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคำนึงถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ จรรยาบรรณ ทางธุรกิจ สภาวะความเสี่ยง และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

1. วิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดัน ให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ จรรยาบรรณทางธุรกิจ ให้มีความสอดคล้องกันภายใต้ระบบของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้การ บริหารจัดการเป็นไปตามเป้าหมายบนแนวทางที่จะก่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม โดย คณะกรรมการบริษัทได้ร่วมกับฝ่ายบริหารระดับสูงในการ กำหนดทิศทางวัตถุประสงค์เป้าหมายแผนงานและงบประมาณ ประจำปี และคณะกรรมการจะมีการติดตามการปฏิบัติงาน ให้ได้ตามแผนงานของฝ่ายจัดการที่วางไว้ โดยฝ่ายจัดการจะ รายงานผลการปฏิบัติงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร รับทราบเป็นรายเดือน และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท รับทราบเป็นรายไตรมาส

2. โครงสร้างคณะกรรมการ

  • คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการ ไม่น้อยกว่า 5 ท่าน แต่ไม่เกินกว่า 11 ท่าน โดยคณะกรรมการ บริษัทต้องมีกรรมการอิสระ ประกอบด้วยกรรมการอิสระ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ท่าน กรรมการอิสระจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของ สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • กรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ สามารถ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมของ บริษัทฯ ในเครือหรือบริษัทย่อย แต่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ของสำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทด้วย
  • มีการเปิดเผยประวัติของคณะกรรมการ ทุกคนโดยละเอียด ต่อสาธารณชน และทุกครั้งที่มีการ เปลี่ยนแปลงกรรมการ

คุณสมบัติของกรรมการบริษัท

  • เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  • เป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรมและความรับผิดชอบ ตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล
  • เป็นบุคคลที่มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและเป็นอิสระ
  • สามารถให้เวลาอย่างเพียงพอในการ ติดตามการดำเนินงานของบริษัทฯ
  • เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติ และไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยบริษัท มหาชนจำกัด พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย อาทิ
    • บรรลุนิติภาวะ
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
    • ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา ถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ไดกระทำโดยทุจริต
    • ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออก จากราชการ หรือองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ ฐานทุจริต ต่อหน้าที่
    • ไม่เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ บุคคลที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เห็นว่าไม่สมควรเป็น กรรมการตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Iคุณสมบัติกรรมการอิสระ

  • ถือหุ้นไม่เกิน 1% ของจำนวนหุ้นที่มี สิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยให้นับรวม หุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
  • ไม่เป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการ บริหารงาน พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ ของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและก่อนเป็น กรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือ โดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดา มารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของกรรมการ รายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุมหรือบุคคล ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
  • ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวาง การใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นผู้ถือหุ้น ที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและก่อนเป็น กรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 2 ปี ดังนี้
    • ไม่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัท ใหญ่บริษัทย่อยบริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือของผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของสำนักงานสอบบัญชีต้นสังกัด
    • ไม่เป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพอื่นๆ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินราคา ทรัพย์สิน ที่มีมูลค่าการให้บริการทางวิชาชีพอื่นเกินกว่า 2 ล้าน บาทต่อปี แก่บริษัทฯ บริษัทใหญ่บริษัทย่อยบริษัทร่วม ผู้ถือหุ้น รายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้รวมถึง การไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ให้บริการวิชาชีพอื่นๆ
    • ไม่ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและ ทางอ้อม หรือมีส่วนได้ส่วนเสีย จากการทำธุรกรรมทางการค้า หรือธุรกิจ ได้แก่ รายการที่เป็นธุรกิจปกติ รายการเช่าหรือ ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือ รายการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน กับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 20 ล้านบาท หรือตั้งแต่ ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ แล้วแต่ จำนวนใดจะต่ำกว่า โดยให้นับรวมมูลค่ารายการในระหว่าง 1 ปี ก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือ หุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
  • ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
  • ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่าง เดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือ บริษัทย่อย ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการ อิสระ ผู้บริหาร ลูกจ้าง พนักงาน หรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือน ประจำหรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียง ทั้งหมดของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
  • ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถ ให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระได้
  • กรรมการอิสระที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 1 - 7 อาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคล ที่อาจมีความขัดแย้ง โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบองค์คณะ (Collective decision) ได้
  • การแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท
    การแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทเป็นไป ตามข้อบังคับของบริษัทฯ และพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด กระบวนการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการของ บริษัทฯ ดำเนินการโดยคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา ซึ่งจะพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการและเสนอชื่อ บุคคลเข้าเป็นกรรมการต่อผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาตามลำดับ ทั้งนี้ ข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้การแต่งตั้งกรรมการบริษัท เป็นไปโดยสอดคล้องกับพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด

    • ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ เพิ่มเติม หรือแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ดังต่อไปนี้
      • ผู้ถือหุ้นหนึ่งคนมีคะแนนเสียงเท่ากับ หนึ่งเสียงต่อหนึ่งหุ้น
      • ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนน เสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม (ก) เลือกบุคคลคนเดียวหรือหลายคน เป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อย เพียงใดไม่ได้
      • บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุด ตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่ากับจำนวน กรรมการที่จะมีในการเลือกตั้งครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับ การเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเป็นจำนวน กรรมการที่จะมีได้ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ให้ประธานในที่ประชุม เป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด
    • คณะกรรมการเป็นผู้เลือกบุคคล เข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงเพราะสาเหตุ อื่นใดนอกจากถึงคราวออกตามวาระ

    วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัท

    ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งอย่างน้อยหนึ่งในสาม ถ้าจำนวน กรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออก โดยจำนวนใกล้เคียงที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม

    กรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งในปีแรก และปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ให้จับสลากกัน ส่วนในปีต่อๆ ไปให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็น ผู้ออกจากตำแหน่งกรรมการ โดยกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่ง แล้วอาจได้รับเลือกตั้งใหม่ได้

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการจะพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

    • ตาย
    • ลาออก
    • ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด
    • ลาออกโดยมติของการประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี
    • ศาลมีคำสั่งให้ออก

    ขอบเขตบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการบริษัท

    • ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติที่ประชุมของ ผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ ของบริษัทฯ และมีความรับผิดชอบเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกราย
    • พิจารณาทบทวนและอนุมัติวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ประจำปี รวมทั้งกำหนดนโยบายและทิศทางการ ดำเนินงานของบริษัทฯ และกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายบริหาร ดำเนินการ เป็นไปตามนโยบายและระเบียบของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้การกำกับดูแล กิจการที่ดี เพื่อความเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนและเพิ่มมูลค่า หุ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
    • รายงานให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงผล ประกอบการของบริษัทฯ ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และในรายงาน ประจำปีของบริษัทฯ
    • ดำเนินการให้บริษัทฯ มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงิน การควบคุมภายใน และการตรวจสอบ ภายในที่มีประสิทธิผลและเชื่อถือได้
    • จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ของบริษัทฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และทบทวนนโยบาย การกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
    • ควบคุมดูแล ให้ฝ่ายบริหารมีการปฏิบัติ ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างมีจริยธรรมและมีความเท่าเทียมกัน
    • กรรมการที่เป็นอิสระและกรรมการ จากภายนอกอื่น มีความพร้อมที่จะใช้ดุลยพินิจของตนอย่าง เป็นอิสระ ในการพิจารณากำหนดกลยุทธ์ การบริหารงาน การ ใช้ทรัพยากร การแต่งตั้งกรรมการ และการกำหนดมาตรฐาน การดำเนินกิจการ ตลอดจนพร้อมที่จะคัดค้านการกระทำของ กรรมการอื่นๆ หรือฝ่ายจัดการ ในกรณีที่มีความเห็นขัดแย้ง ในเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย
    • ในกรณีที่จำเป็น คณะกรรมการสามารถ ขอคำแนะนำหรือความเห็นทางวิชาชีพจากที่ปรึกษาภายนอก เกี่ยวกับการดำเนินกิจการโดยบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
    • จัดให้มีเลขานุการบริษัท เพื่อช่วย ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของคณะกรรมการและบริษัทฯ อันได้แก่ การประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้น ตลอดจนการให้คำแนะนำ แก่กรรมการและบริษัทฯ ในการปฏิบัติตนและดำเนินกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งดูแลให้กรรมการและบริษัทฯ มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา
    • หากกรรมการได้รับทราบข้อมูลภายใน ที่เป็นสาระสำคัญอันจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคา หลักทรัพย์ กรรมการจะต้องระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของ บริษัทฯ ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนที่ข้อมูลภายในนั้น จะเปิดเผยต่อสาธารณชน และจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็น สาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่น โดยผู้ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตาม กฎหมาย
    • รายงานข้อมูลตาม “แบบรายงานการ มีส่วนได้เสียของกรรมการ/ผู้บริหาร” ต่อบริษัทฯ ตามเกณฑ์ ที่บริษัทฯ กำหนด
    • กรรมการใหม่ควรเข้ารับการปฐมนิเทศ ความรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ
    • คณะกรรมการยังได้จัดให้มีหลัก จรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) และแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน พร้อมทั้งเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยให้ถือเป็น นโยบายความซื่อสัตย์ที่ใช้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ซึ่งมีหน้าที่ต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามตลอดระยะเวลา ที่ทำงาน ไม่เพียงแต่การปฏิบัติตามที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ยังให้ปฏิบัติตามเจตนารมณ์แห่งความซื่อสัตย์ (The Spirit of Integrity) ด้วย และได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ที่ต้องให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับหลักจรรยาบรรณธุรกิจต่อพนักงาน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานได้ยึดถือเป็นแนวทางในการ ปฏิบัติงาน ตลอดจนรับทราบว่าในกรณีที่มีการละเมิดจะมีการ ดำเนินการทางวินัยให้ถึงที่สุดซึ่งอาจรวมถึงการเลิกจ้าง

    การแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ

    ประธานกรรมการและประธานอำนวยการ ของบริษัทฯ มิได้เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อเป็นการแบ่งแยก หน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ให้ชัดเจน เนื่องจากประธานกรรมการทำหน้าที่บริหารคณะ กรรมการซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการของฝ่ายจัดการ ส่วนประธานอำนวยการเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดการ ซึ่งทำหน้าที่ บริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายที่อนุมัติโดย คณะกรรมการนอกจากนี้การที่ประธานกรรมการมิได้เป็นบุคคล เดียวกับประธานอำนวยการ ทำให้เกิดการคานอำนาจ และ ประธานกรรมการสามารถทำหน้าที่ได้โดยอิสระ

    นอกจากนี้องค์ประกอบของคณะกรรมการ บริษัทยังประกอบด้วย กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวนน้อยกว่า กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารในสัดส่วน 1:8 จากจำนวนกรรมการบริษัททั้งคณะ 9 ราย ซึ่งการมีกรรมการที่เป็นผู้บริหารใน คณะกรรมการบริษัทจำนวนน้อยที่สุดเช่นนี้ เป็นการถ่วงดุล และสร้างความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการจะไม่ถูกครอบงำ โดยฝ่ายจัดการ

    ประธานกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็น ประธานที่ประชุมมีหน้าที่ดูแลจัดสรรเวลาแต่ละวาระให้ อย่างเพียงพอสำหรับกรรมการที่จะอภิปรายแสดงความเห็น อย่างเป็นอิสระในประเด็นที่สำคัญโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม ในการประชุม ประธานกรรมการเป็นผู้กล่าวสรุปประเด็นสำคัญของวาระ การประชุมเพื่อการพิจารณาของกรรมการ พร้อมทั้งสนับสนุน และเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละท่านแสดงความคิดเห็น เพื่อประมวลความคิดเห็นและสรุปเป็นมติที่ประชุม

    อำนาจดำเนินการ

    คณะกรรมการบริษัทอาจมอบอำนาจให้ กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคน หรือบุคคลอื่นใดปฏิบัติการ อย่างหนึ่งอย่างใดแทน คณะกรรมการบริษัท และอาจยกเลิก เพิกถอนเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอำนาจนั้นๆ ได้ คณะกรรมการ บริษัทมีอำนาจกำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการ ซึ่งมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ตลอดจนจัดตั้งคณะกรรมการ ชุดย่อย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทอาจมอบอำนาจ ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติงานต่างๆ ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าว ต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจ หรือมอบอำนาจช่วงที่ทำให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถอนุมัติ รายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้ส่วนเสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใด (ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด) ทำกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ยกเว้น เป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติไว้

    การประชุมคณะกรรมการบริษัท

    • คณะกรรมการกำหนดให้มีการประชุม อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง และตามความจำเป็น โดยได้มีการกำหนดการประชุมคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยไว้อย่างเป็นทางการล่วงหน้า ตลอดทั้งปี และแจ้งให้กรรมการแต่ละท่านทราบกำหนดการ ดังกล่าวการประชุมแต่ละครั้งใช้เวลา 1 - 3 ชั่วโมง โดยกรรมการ ทุกคนมีโอกาสอภิปรายและแสดงความเห็นอย่างเปิดเผย
    • ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท กำหนดให้มีการส่งหนังสือนัดประชุมซึ่งระบุถึงวาระการประชุม อย่างชัดเจน รวมทั้งเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ คณะกรรมการล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันหรืออย่างน้อย 5 วันทำการ ยกเว้นกรณีเร่งด่วน เพื่อให้มี เวลาเพียงพอที่จะศึกษาพิจารณาและตัดสินใจอย่างถูกต้อง ในเรื่องต่างๆ
    • การประชุมคณะกรรมการแต่ละครั้ง ต้องมีกรรมการเข้าร่วมครบองค์ประชุมตามข้อบังคับของ บริษัทฯ โดยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึง จะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานกรรมการ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธาน ถ้าไม่มีรองประธาน กรรมการหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
    • ประธานกรรมการเป็นผู้ให้ความเห็น ชอบในการจัดเรื่องที่จะเข้าวาระการประชุม โดยปรึกษาหารือกับ ฝ่ายบริหารทั้งนี้ฝ่ายบริหารจะพิจารณาคำขอบรรจุวาระที่สำคัญ ของกรรมการบางท่านเป็นวาระการพิจารณาในการประชุม
    • ประธานกรรมการมีหน้าที่จัดสรรเวลาให้อย่างเพียงพอที่ฝ่ายบริหารจะเสนอเอกสารข้อมูล เพื่อการ อภิปราย และเพียงพอสำหรับคณะกรรมการที่จะอภิปรายใน ประเด็นที่สำคัญ
    • ในการประชุม ประธานกรรมการเป็น ผู้กล่าวสรุปประเด็นสำคัญของวาระการประชุมเพื่อการพิจารณา ของกรรมการ พร้อมทั้งสนับสนุนและเปิดโอกาสให้กรรมการ แต่ละท่านแสดงความคิดเห็น เพื่อประมวลความคิดเห็นและ สรุปเป็นมติที่ประชุม
    • ในการพิจารณาระเบียบวาระต่างๆ กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องที่จะพิจารณา จะงดออกเสียง และต้องไม่อยู่ในที่ประชุมในวาระดังกล่าว
    • กรรมการสามารถเข้าถึงและขอ สารสนเทศ คำปรึกษา และบริการต่างๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับ การดำเนินงานของบริษัทฯ จากฝ่ายบริหาร และสามารถขอ ความเห็นที่เป็นอิสระจากที่ปรึกษาภายนอกได้
    • ในการประชุมแต่ละครั้งมีการจดบันทึก การประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรและนำเสนอต่อคณะกรรมการ บริษัทพิจารณาร่างรายงานการประชุมดังกล่าวก่อนทำการ รับรองความถูกต้องของเอกสารในการประชุมครั้งถัดไป โดย ประธานกรรมการบริษัทและเลขานุการบริษัท สำหรับเอกสารที่ จัดเก็บจะมีทั้งบันทึกการประชุมซึ่งจัดเก็บในรูปแบบแฟ้มข้อมูล ที่เป็นต้นฉบับและแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงเอกสารที่ประกอบ วาระการประชุมด้วย เพื่อความสะดวกสำหรับกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบอ้างอิงได้ ในรอบบัญชีปี 2561 คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมจำนวน 6 ครั้ง ในการประชุมแต่ละครั้ง มีรองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน ผู้บริหารสายงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ รวมถึงสายงานตรวจสอบภายในเข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าของธุรกิจ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีการประชุมร่วมกันเฉพาะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ในวาระที่ 7 คณะกรรมการบริษัทกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกรรมการอิสระ ได้มีการประชุมร่วมกันโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมด้วย เพื่ออภิปรายปัญหาทั่วไปเกี่ยวกับการจัดการและการกำกับดูแลกิจการของบริษัท
    • องค์ประชุมชั้นต่ำขณะที่คณะกรรมการบริษัทจะลงมติ บริษัทฯ กำหนดนโยบายว่าในขณะที่คณะกรรมการบริษัทจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

    การวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ และการนำไปปฏิบัติ

    ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกปีคณะกรรมการจะร่วมกันพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์พันธกิจ และแผนงานกลยุทธ์และแผนปฏิบัติงานประจำปี รวมถึงแผลกลยุทธ์ 5 ปี โดยในปี 2561 ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณาวางแผนกลยุทธ์ 5 ปี ประจำปี 2562 - 2566 และแผนการปฏิบัติงานในปี 2562 หลังจากนั้น คณะกรรมการจะมีการติดตามผลการปฏิบัติงานให้มีความสอดคล้องตามแผนงานของฝ่ายจัดการที่วางไว้ โดยฝ่ายจัดการจะรายงานผลการปฏิบัติงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารรับทราบเป็นรายเดือน และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นรายไตรมาส

    ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท

    • คณะกรรมการบริษัทได้รับค่าตอบแทนตามความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย
    • คณะกรรมการได้จัดให้มีรายงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนกรรมการเป็นรายบุคคลและค่าตอบแทนรวมของผู้บริหารไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    • ค่าตอบแทนกรรมการบริษัท อนุมัติโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยการเสนอจากคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

3. คณะอนุกรรมการ

คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทโดยมีทั้งหมด 5 คณะ ได้แก่

  • คณะกรรมการบริหาร
  • คณะกรรมการตรวจสอบ
  • คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  • คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล

รายละเอียดของคณะอนุกรรมการแต่ละชุดมีดังต่อไปนี้

คณะกรรมการบริหาร

  • องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร
    • กรรมการบริหารประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านการบริหารจัดการ
    • ประธานคณะกรรมการบริหาร จะต้องมาจากคณะกรรมการบริษัทเท่านั้น
  • การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร

    คณะกรรมการบริหารของบริษัทฯ แต่งตั้งโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท

  • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร

    พิจารณา และกำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจบริหารต่างๆ ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ร่วมกับฝ่ายบริหารระดับสูงเพื่อสนองคณะกรรมการบริษัทเห็นชอบ รวมทั้งกำกับดูแล และติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่กำหนด ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้รับอนุมัติ อนุมัติการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในเรื่องต่างๆ ตามขอบเขตอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทกลั่นกรองในเรื่องที่ฝ่ายบริหารระดับสูงเสนอให้พิจารณาในส่วนที่นอกเหนือจากอำนาจของคณะกรรมการบริหาร เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทอีกขั้นหนึ่ง

    ทั้งนี้ การอนุมัติรายการจะต้องไม่มีลักษณะเป้าการอนุมัติที่ทำให้คณะกรรมการบริหาร หรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริหารสามารถอนุมัติรายการที่ตน หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใด (ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด) กับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบาย และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติไว้

  • ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหาร

    คณะกรรมการพิจาณาค่าตอบแทนและสรรหาจะเป็นผู้พิจารณาค่าตอบแทนในเบื้องต้น แล้วนำข้อมูลที่ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการบริษัทยึดมั่นในความสำคัญของระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสตามครรลองของกฎหมายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งต่อผู้ถือหุ้น คู่ค้า และลูกค้าของบริษัทฯ คณะกรรมการตรวจสอบจึงเป็นคณะกรรมการที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลองค์กรที่ดีเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายว่าการดำเนินการขององค์กรเป็นไปตามจรรยาบรรณที่พึงปฏิบัติ คงไว้ซึ่งระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส เป็นธรรมโดยปราศจากการขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ3 ขึ้นดังนี้

  • คุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจสอบ
    • คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องแสดงความเห็นหรือรายงานได้อย่างเป็นอิสระตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใดๆที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือตำแหน่งหน้าที่และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดๆ และไม่มีสถานการณ์ใดๆที่ทำให้ไม่สามารถแสดงความเห็นตามที่พึงจะเป็น
    • มีความซื่อสัตย์สุจริต
    • เป็นผู้ที่มีความเชื่อถือ ไว้วางใจเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
    • มีความเข้าใจหลักการบริหารที่ดี มีวิจารณญาณและทักษะในการตัดสินใจ สามารถวิเคราะห์ปัญหา ตั้งคำถามตรงประเด็น รวมทั้งตีความและประเมินผลของคำตอบที่ได้รับอย่างเหมาะสม
    • มีมนุษยสัมพันธ์ดี
    • มีความคิดสร้างสรรค์แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ในการหารือและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
    • ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
    • ไม่เป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและก่อนเป็นกรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2 ปี
    • ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดา มารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    • ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและก่อนเป็นกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 2 ปี ดังนี้
      • ไม่เป็นผู้สอบบัญชี ของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชีต้นสังกัด
      • ไม่เป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพอื่นๆ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินราคาทรัพย์สินที่มีมูลค่าการให้บริการทางวิชาชีพอื่นเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปี แก่บริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ให้บริการวิชาชีพอื่นๆ
      • ไม่ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือมีส่วนได้ส่วนเสีย จากการทำธุรกรรมทางการค้าคือธุรกิจ ได้แก่ รายการที่เป็นธุรกิจปกติ รายการเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการหรือรายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 20 ล้านบาท หรือตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่าโดยให้นับรวมมูลค่ารายการในระหว่าง 1 ปี ก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
    • ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
    • ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย หรือทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร ลูกจ้าง พนักงาน หรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    • ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระได้
  • องค์ประกอบคณะกรรมการตรวจสอบ

    คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการของบริษัทฯ ที่เป็นอิสระอย่างน้อย 3 คนซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทฯ หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 คน ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจหรือประสบการณ์ด้านบัญชีหรือการเงิน โดยกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ ผู้มีคุณสมบัติดังกล่าว คือ นายชายน้อย เผื่อนโกสุม (ดูรายละเอียดคุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ เพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ “คณะกรรมการบริษัทและคณะผู้บริหาร”) คณะกรรมการตรวจสอบทำการเลือกกรรมการตรวจสอบคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการตรวจสอบและให้หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในเป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบโดยตำแหน่ง ในกรณีที่ตำแหน่งหัวหน้าตรวจสอบภายในว่างลงให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นผู้รักษาการแทน

  • การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

    คณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบโดยแต่งตั้งจากกรรมการอิสระของบริษัทฯ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนรวมถึงข้อบังคับ และ/หรือระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่กำหนด ว่าด้วยคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่าน ต้องเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจหรือมีประสบการณ์ด้านบัญชี และมีความรู้ต่อเนื่องเกี่ยวกับเหตุที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของรายงานทางการเงินเพียงพอที่จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินของบริษัทฯ กรรมการตรวจสอบแต่ละท่านมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี โดยครบรอบออกตามวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

  • ระบบการควบคุมภายใน

    บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อระบบควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน จึงจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่ในการสอบทานระบบงาน และเรื่องสำคัญต่างๆ ที่ผู้บริหารให้ความสนใจตามที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี อันเป็นปัจจัยหลักในการเสริมสร้างให้องค์กรมีระบบที่มีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใสอันเป็นพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้น การปฏิบัติของหน่วยงานตรวจสอบภายใน จึงเป็นไปในทิศทางของการให้คำปรึกษา วิเคราะห์เสนอแนะแนวทางแก้ไขและติดตามผล เพื่อปรับปรุงระบบงานให้สามารถดำเนินไปสู่เป้าหมายขององค์กร และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

  • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

    คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ มีบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

    • สอบทานให้บริษัทฯ มีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
    • สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายใน และระบบการตรวจสอบภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจาณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งโยกย้าย เลิกจ้าง หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
    • สอบทานการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน
    • สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
    • สอบทานให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
    • พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้งและเลิกจ้างบุคคล ซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทางเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    • พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ
    • จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
      • ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้องครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัทฯ
      • ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ
      • ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
      • ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
      • ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
      • จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
      • ความเห็นหรือข้อสังเก๖โดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร
      • รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ
    • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบหากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการนี้การกระทำซึ่งอาจมีผลกระทบมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเหรียญเหมาะสม
  • การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ

    คณะกรรมการตรวจสอบควรจัดให้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอเพื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ ตามหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    • คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องมีการประชุมเป็นประจำทุกไตรมาสอย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง และมีอำนาจในการเรียกประชุมเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น
    • องค์ประชุมประกอบด้วยกรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 กรรมการตรวจสอบทุกคนควรเข้าร่วมประชุมทุกครั้งหากไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้อาจใช้ประชุมทางไกลผ่านทางโทรศัพท์ หรือจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพมายังที่ประชุมก็ได้
    • กรณีที่ประธานกรรมการตรวจสอบไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการตรวจสอบซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการตรวจสอบคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม
    • กรรมการตรวจสอบคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการตรวจสอบซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณาใดไม่มีสิทธิ์ออกเสียงลงมติในเรื่องนั้นๆ
    • การวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบให้ถือเสียงข้างมากเป็นสำคัญโดยประธานในที่ประชุมไม่มีสิทธิ์ออกเสียงชี้ขาด เว้นแต่คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
    • คณะกรรมการตรวจสอบมีสิทธิ์ในการขอข้อมูลและข้อเท็จจริง โดยอาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชี หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในเรื่องที่กำหนดได้ และในกรณีสำคัญและจำเป็นคณะกรรมการตรวจสอบอาจเชิญผู้เชี่ยวชาญอิสระและหรือมีผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการตรวจสอบก็ได้
    • การประชุมเป็นการเฉพาะกับฝ่ายบริหาร หรือผู้ตรวจสอบภายใน มีผู้สอบบัญชีจะต้องจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    • วาระการประชุมและเอกสารการประชุมจะต้องจัดทำขึ้นและนำเสนอก่อนการประชุมอย่างน้อย 7 วัน และให้เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุม
  • วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการตรวจสอบ

    กรรมการตรวจสอบมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันแต่งตั้งหรือตามวาระการเป็นกรรมการในบริษัทฯ และอาจได้รับการแต่งตั้งให้กับเข้าดำรงตำแหน่งได้อีกแต่มิใช่โดยการต่อวาระโดยอัตโนมัติ

    การพ้นตำแหน่ง

    • กรรมการตรวจสอบจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อพ้นสภาพการเป็นกรรมการบริษัทฯ ครบวาระ ลาออก หรือถูกถอดถอน หรือขาดคุณสมบัติในการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการตรวจสอบ
    • ในกรณีกรรมการตรวจสอบประสงค์จะลาออกก่อนครบวาระ กรรมการสอบสวนควรแจ้งต่อคณะกรรมการบริษัทล่วงหน้า 1 เดือนพร้อมเหตุผล เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรทดแทนกรรมการตรวจสอบที่ลาออก
  • ค่าตอบแทนคณะกรรมการตรวจสอบ

    คณะกรรมการตรวจสอบจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบโดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นและต้องเปิดเผยค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทด้วย

  • คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

    • การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

      คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้สรรหา และแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

    • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา
      • กำหนดหลักเกณฑ์ และนโยบายในการสรรหากรรมการและกรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ
      • พิจารณาสรรหา และคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ ในกรณีที่มีตำแหน่งว่างลง เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ และ/หรือเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี
      • พิจารณาสรรหา และคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับกรรมการผู้จัดการขึ้นไปในกรณีที่มีตำแหน่งว่างลง
      • พิจารณาเสนอรายชื่อกรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการชุดย่อย เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อแต่งตั้งเมื่อมีตำแหน่งว่างลง
      • พิจารณาเสนอแนะกำหนดค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสมทั้งที่เป็นตัวเงิน และมิใช่ตัวเงิน เพื่อจูงใจ และรักษาคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อย และ/หรือ เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ
      • จัดทำหลักเกณฑ์ และนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหาเพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ และ/หรือ เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติตามแต่กรณี โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทฯ ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการแต่ละชุด ประสบการณ์ความรู้ และความรับผิดชอบของกรรมการ โดยเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นในธุรกิจเดียวกัน
      • ประเมินผลงานประจำปี พิจารณากำหนดค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสมทั้งที่เป็นตัวเงิน และไม่ใช่ตัวเงิน เพื่อตอบแทนและจูงใจผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการขึ้นไปโดยพิจารณาจากการประเมินผลงาน ความทุ่มเท และผลประกอบการของบริษัทฯ
      • ให้คำชี้แจง ตอบคำถามเกี่ยวกับค่าตอบแทนของกรรมการในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
      • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย และด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา
    • ค่าตอบแทนคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

      คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหาพร้อมนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

    คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล

    • การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล
      คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล

    • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล

      • พิจารณา ทบทวน นำเสนอ ต่อคณะกรรมการบริษัทในเรื่อง นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ นโยบายและแนวปฏิบัติในการดำเนินการบริหารจัดการความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการดำเนินงานด้านการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และนโยบายหรือแนวปฏิบัติอื่นใดที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทตามแนวทางของธรรมาภิบาลให้เหมาะสมกับธุรกิจของบริษัทฯ
      • กำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการ ให้นำแนวทางในข้อ 1 ไปใช้พัฒนาบริษัทอย่างต่อเนื่องโดยเปรียบเทียบกับแนวปฏิบัติของสากลปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสถาบันกำกับฯ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
      • ทำการเปิดเผยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และแนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้องสู่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายได้แก่ บริษัท ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ พนักงาน ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม
      • ให้คำปรึกษาแก่คณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยหน่วยงานกลางภายนอกองค์กร
      • ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่คณะทำงาน เพื่อวางกรอบแนวทางการกำกับดูแลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตของบริษัทฯ
      • คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล มีอำนาจเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุม หรือให้ชี้แจงเรื่องที่เกี่ยวข้องได้
      • ทบทวนและปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล4 และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่ออนุมัติ
      • งานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย
    • ค่าตอบแทนคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล
      คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหาเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองและเสนอค่าตอบแทนของคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลให้คณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

    คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

    • การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
      แต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท
    • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
      • กำหนดยุทธศาสตร์นโยบายตลอดจนการวางเป้าหมายของการบริหารความเสี่ยงของทั้งองค์กรเพื่อเป็นแนวทางให้ฝ่ายบริหารได้มีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
      • กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงโดยรวม (Integrated Risk Management) ให้ครอบคลุมความเสี่ยงหลักของธุรกิจ
      • วางระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ฯ อย่างถาวร รวมถึงจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงเป็นประจำ
      • จัดทำและอนุมัติแผนการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยประเมินปัจจัยความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จัดทำแผนจัดการความเสี่ยงในทุกระดับจากการระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารและพนักงานจากหน่วยต่างๆ
      • พัฒนาระบบจัดการความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ และติดตามให้บริษัทฯ มีการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
      • ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงและบริหารความเสี่ยงที่อาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย รวมทั้งผลักดันให้มีการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับขององค์กร และปลูกฝังให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กร
      • ติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติตามแผนจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ ให้คำปรึกษา แนะนำในการดำเนินการบริหารความเสี่ยง
      • สื่อสารกับคณะกรรมการตรวจสอบถึงความเสี่ยงที่สำคัญที่มีผลต่อการควบคุมภายใน
      • รายงานต่อคณะกรรมการบริษัททราบถึงความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยง

4. การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด

การสรรหากรรมการ

คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหากำหนดแนวทางที่จะใช้ในการพิจารณา โดยควรคำนึงถึงองค์ประกอบดังนี้

  • คุณลักษณะที่ต้องการในกรรมการแต่ละคน
    กรรมการสรรหาควรพิจารณาและกำหนดคุณลักษณะเฉพาะบุคคลผู้ที่จะคัดเลือกเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการในด้านต่างๆ เช่น ควรมีคุณธรรมและความรับผิดชอบ การตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล ความมีวุฒิภาวะและความมั่นคง เป็นผู้รับฟังที่ดีและกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและเป็นอิสระยึดมั่นในการทำงานอย่างมีหลักการและมาตรฐานอย่างมืออาชีพ และคุณลักษณะอื่นๆที่คณะกรรมการสรรหาเห็นว่ามีความสำคัญ
  • ความรู้ความชำนาญที่ต้องการให้มีในคณะกรรมการ
    คณะกรรมการสรรหาควรพิจารณากำหนดองค์ประกอบของความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านที่จำเป็นต้องมีในคณะกรรมการ เพื่อให้คณะกรรมการสามารถกำหนดกลยุทธ์และนโยบาย รวมทั้งกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิผล
  • ความหลากหลายของกรรมการ
    คณะกรรมการสรรหาอาจพิจารณาเป็นแนวทางเกี่ยวกับความหลากหลายของคุณสมบัติอื่นๆ ของกรรมการทั้งคณะ เช่น อายุ ความรู้ ความชำนาญ ทักษะประสบการณ์ทั้งทางด้าน Hard Skill และ Soft Skill (Board Skill Matrix) เพื่อกำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่ต้องการสรรหา โดยพิจารณาจากทักษะจำเป็นที่ยังขาดอยู่ในคณะกรรมการและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท นอกจากนี้คณะกรรมการสรรหาใช้ข้อมูลความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการประกอบการพิจารณาสรรหากรรมการแทนกรรมการที่จะครบกำหนดออกจากตำแหน่งตามวาระโดยจัดหมวดหมู่ออกเป็น 3 หมวดได้แก่

    • ความรู้ ความชำนาญ หรือประสบการณ์ในการบริหารจัดการเชิงมหภาค (Macro management)

      แบ่งออกเป็นด้านต่างๆ เช่น ด้านธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ด้านการบริหารการจัดการองค์กร การบริหารทรัพยากรมนุษย์ในภาครัฐหรือภาคเอกชน ด้านเศรษฐกิจ การลงทุน รวมถึงการกำหนดนโยบายและวางแผนกลยุทธ์ ด้านการตลาดหรือการประชาสัมพันธ์ ด้านการต่างประเทศ และด้านการบริหารความเสี่ยง

    • ความรู้ ประสบการณ์ หรือความชำนาญเฉพาะด้าน (Specific knowledge, experience or expertise)

      แบ่งเป็น 3 ด้านได้แก่ 1) ด้านกฎหมาย กฎระเบียบราชการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ 2) การบัญชีและการเงินโดยต้องมีความรู้ความเข้าใจในงบการเงิน มาตรฐานบัญชี หรือเป็น/เคยเป็นกรรมการตรวจสอบของบริษัทจดทะเบียน และ 3) ด้านการคมนาคม ด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านวิศวกรรม ทำให้มีมิติแห่งความหลากหลาย สนับสนุนให้คณะกรรมการทั้งคณะมีความครบถ้วน สมบูรณ์ มีประสิทธิภาพที่เอื้อประโยชน์ให้การทำงานประสิทธิภาพสูงสุด

    • ความรู้ ความชำนาญ หรือ ประสบการณ์ด้านบรรษัทภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance)

      แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการกำกับดูแลกิจการภายในองค์กร รวมถึงการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง และ 2) ด้านการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ

การสรรหาผู้บริหารระดับสูงสุด (การสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง)
คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่คัดเลือกและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ กรรมการ กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ และผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งประธานอำนวยการ โดยบริษัทฯ มีแผนการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งงานบริหารระดับสูงที่สำคัญไว้ทุกตำแหน่งให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้ผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพ และบริหารงานได้โดยอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นรายอื่นใด ทั้งนี้ กระบวนการปัญหาพิจารณาคัดเลือกที่ที่มีความเหมาะสมด้านวัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์ที่มีความรู้ความสามารถ ศักยภาพ เพื่อสร้างความพร้อมให้ทุกคนมีโอกาสเติบโต ก้าวหน้าขึ้นสู่ระดับผู้บริหารในอนาคตได้โดยผ่านขั้นตอนการประเมินที่มีศักยภาพสูงซึ่งทุกคนจะได้รับการพัฒนาตามแผนที่วางไว้เป็นรายบุคคล มีการมอบหมายงานที่ท้าทาย รวมทั้งหมุนเวียนงานเพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำและความรอบรู้ในงาน ซึ่งการเตรียมบุคลากรของกลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการกับพนักงานทุกระดับให้มีความพร้อมในการทดแทนเมื่อตำแหน่งงานว่างลง รวมถึงการดำเนินงานสานต่ออย่างทันท่วงที

บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับต่างๆโดยเฉพาะผู้บริหารและตำแหน่งในสายงานหลัก ซึ่งเน้นการสรรหาบุคลากรภายในองค์กรโดยแต่ละปีจะกำหนดให้มีการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีผลการปฏิบัติงานที่ดีและมีศักยภาพได้เติบโตในตำแหน่งที่สูงขึ้นตามลำดับชั้นของพนักงานทั้งผู้บริหารระดับกลางและพนักงาน โดยคณะกรรมการพิจารณาประกอบด้วย ประธานอำนวยการ และผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป หรือผู้บริหารระดับกลางเป็นผู้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน กำหนดแนวทางเกี่ยวกับความหลากหลายของคุณสมบัติอื่นๆ ของผู้บริหาร (Skill Matrix) เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้บริหารที่ต้องการสรรหาโดยพิจารณาจากทักษะจำเป็นที่ยังขาดอยู่ในคณะผู้บริหารและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

นโยบายและวิธีปฏิบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่น

การไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานอำนวยการ จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวต้องไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับธุรกิจของบริษัท

5. การแต่งตั้งเลขานุการบริษัท

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัท

  • ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • จัดการและประสานงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท การประชุมคณะอนุกรรมการ และการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งดูแลและประสานงานให้มีการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติคณะกรรมการบริษัท/ผู้ถือหุ้น ตลอดจนข้อกำหนดทางด้านกฎหมายและกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • จัดทำและเก็บรักษาเอกสารต่างๆของบริษัทฯ ได้แก่ ทะเบียนกรรมการ หนังสือนัดประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น รายงานประจำปีของบริษัทฯ เป็นต้น
  • เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการผู้บริหารของบริษัทฯ รวมทั้งจัดส่งสำเนาดังกล่าวให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับรายงานนั้น
  • ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

6. การพัฒนา/การปฐมนิเทศ กรรมการและผู้บริหาร

การพัฒนาความรู้
บริษัทฯ สนับสนุนการเข้าร่วมอบรมหรือสัมมนาต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน เช่น การเข้าร่วมการสัมมนาอบรมกับสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การปฐมนิเทศกรรมการและผู้บริหาร
บริษัทฯ จัดให้มีการปฐมนิเทศเบื้องต้นสำหรับกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ เพื่อให้กรรมการใหม่ได้รับ นโยบาย ลักษณะการดำเนินธุรกิจ ประวัติและความเป็นมาของบริษัทฯ ที่ตั้งสำนักงานและสาขา วัฒนธรรมองค์กร พร้อมรับคำชี้แจงจากประธานอำนวยการและเลขานุการบริษัทเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร นโยบายการกำกับดูแลกิจการระบบการ ควบคุมภายในพร้อมเอกสารประกอบ

คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาความรู้ให้กับกรรมการทุกคน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการเข้าร่วมสัมมนาและเข้าร่วมอบรมอย่างต่อเนื่อง หลักสูตรต่างๆของสมาคมส่งเสริมสถาบันของการบริษัทไทย (IOD) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือสถาบันอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในส่วนของหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ หรือแนวทางการบริหารจัดการมาใหม่ เพื่อให้กรรมการทุกคนมีการพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2561 ได้สนับสนุนกรรมการ/ผู้บริหารเข้าร่วมอบรมต่างๆ อาทิ

กรรมการ / ผู้บริหาร / เลขานุการบริษัท ตำแหน่ง หลักสูตรการอบรม ปี 2561
1. นายธนพล ศิริธนชัย กรรมการบริษัท/กรรมการบริหาร/กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล/กรรมการบริหารความเสี่ยง/ประธานอำนายการ
  • Development Shopping Complex
  • Shopping Mall Management
2. นายแสนผิน สุขี กรรมการบริหาร/กรรมการบริหารความเสี่ยง/กรรมการผู้จัดการใหญ่
  • การเมืองการปกครองในระบบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 21
3. นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล กรรมการบริหาร/กรรมการบริหารความเสี่ยง/รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน
  • TFRS TALK 2018
  • การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน เพื่อการตัดสินใจของผู้บริหาร
  • Univenture Group 2018 Exclusive Accounting
4. นายเทพศักดิ์ นพกรวิเศษ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานบัญชีและการเงิน
  • เทคนิคการจัดทำและขจัดข้อผิดพลาดในงบการเงินพร้อมการนำส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ e-Filing
  • How to Develop a Risk Management Plan (HRP)
  • การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน เพื่อการตัดสินใจของผู้บริหาร
  • Univenture Group 2018 Exclusive Accounting
5. นางสาวปรัศนีย์ สุระเสถียร เลขานุการบริษัท
รองกรรมการผู้จัดการ
สายงานกลยุทธ์องค์กรและการลงทุน
  • CGR Workshop 3/2018: “Enhancing Good Corporate Governance based on CGR Scorecard”
  • CVC กลยุทธ์การลงทุนรูปแบบใหม่ จุดประกาย Innovation ก้าวทันโลกธุรกิจ เมื่อวันที่ 27-28 กันยายน 2561

บริษัท มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพและทักษะความเป็นผู้นำ โดยในปี 2561 นี้ได้จัดไห้ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางเข้าอบรม The 7 Habits for highly Effective People 4.0


7. การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

บริษัทฯ มีการส่งบุคคลเพื่อตัวแทนของบริษัทฯ ไปเป็นกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม (ดูรายละเอียดกรรมการผู้บริหาร และผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของบริษัทฯ เพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ “ข้อมูลการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัทย่อยบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)” และหัวข้อ “คณะกรรมการบริษัทและคณะผู้บริหาร)” ทั้งนี้ กรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ สามารถเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมได้ โดยต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะต้องได้นับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทด้วย

บุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมดังกล่าว มีหน้าที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมนั้น นอกจากนี้ ในการลงมติหรือใช้สิทธิ์ออกเสียงในเรื่องสำคัญของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับที่ต้องได้รับอนุมัติกรรมการบริษัท หากเป็นการดำเนินการโดยบริษัทฯ เอง บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ก่อนที่จะไปลงมติหรือใช้สิทธิ์ในเรื่องนั้นๆ

ในกรณีเป็นบริษัทย่อย บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทดังกล่าว ต้องดูแลให้บริษัทย่อยมีการจัดเก็บข้อมูล และการบันทึกบัญชีให้บริษัทฯ สามารถตรวจสอบและรวบรวมมาจัดทำงบการเงินรวมได้ทันกำหนด รวมทั้งต้องดูแลให้บริษัทย่อยมีข้อบังคับในการทำรายงานเกี่ยวโยงกันที่สอดคล้องกับบริษัทฯ

8. การควบคุมภายใน

คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ในการสอบทานผลการประเมินการควบคุมภายในของบริษัทฯ ให้ข้อเสนอแนะต่อฝ่ายจัดการ เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงระบบการควบคุมภายในให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ แนะนำให้มีการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานของทุกฝ่ายงานให้เป็นมาตรฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนิน รวมทั้งสอบทานเพื่อให้ความมั่นใจว่าระบบบัญชีและรายงานทางการเงินมีความถูกต้องเชื่อถือได้ มีการปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาสได้ให้ความสำคัญต่อการรายงานระบบการควบคุมภายในอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดวาระหลักให้คณะกรรมการตรวจสอบให้ความเห็นต่อการควบคุมภายใน

ในแต่ละปีคณะกรรมการตรวจสอบจะร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีอิสระของบริษัทฯ และผู้ตรวจสอบภายในเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อติดตามและสอบถามถึงระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นตรงกันว่า การควบคุมภายใน ณ ปัจจุบันของบริษัทฯ และบริษัทในเครืออยู่ในระดับที่เพียงพอและมีความเหมาะสม

9. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด (ทั้งคณะและรายบุคคล)

คณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบแบบประเมินผลคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ เพื่อใช้ในการประเมินผลตนเองของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย (ทั้งคณะและรายบุคคล) โดยกำหนดให้มีการจัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งจัดทำสรุปผลการประเมินกรรมการบริษัท รวมทั้งการประเมินผลตนเองของคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหาด้วย ให้เป็นกรอบในการตรวจสอบและแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานในหน้าที่

  • กระบวนการในการประเมินผลงานคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย (ทั้งคณะรายบุคคล)

    ในทุกสิ้นปี ส่วนงานเลขานุการบริษัทและส่วนงานเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล จะจัดส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อประเมินผลงานประจำปี ซึ่งภายหลังจากที่คณะกรรมการแต่ละคนประเมินผลงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานกลับมายังส่วนงานเลขานุการบริษัทและเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะ เพื่อรวบรวมผลประเมินของกรรมการแต่ละคนและสรุปผลการประเมิน ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยในรอบปีรายงานให้คณะกรรมการบริษัทและ/หรือคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะรับทราบต่อไป

  • หลักเกณฑ์การประเมินผลงานของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย (ทั้งคณะและรายบุคคล)

    คะแนนประเมินร้อยละ อยู่ในเกณฑ์
    85-100 ดีมาก-ดีเยี่ยม
    75-85 ดี
    65-75 ค่อนข้างดี
    50-65 ดีพอสมควร
    ต่ำกว่า 50 ควรปรับปรุง
  • หัวข้อพิจารณาการประเมินผลปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย

    แบบประเมินผลปฏิบัติงานคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย มีหัวข้อพิจารณาหลัก ได้แก่

    • โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
    • บทบาท/หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    • การประชุมคณะกรรมการ
    • การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ
    • ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
    • การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร
  • สรุปผลการประเมินเฉลี่ยของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะในปี 2561

    คณะกรรมการ คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์
    1. คณะกรรมการบริษัท    
    รายคณะ 95.45% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    รายบุคคล 95.54% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    2. คณะกรรมการตรวจสอบ    
    รายคณะ 99.58% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    รายบุคคล 100.00% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    3. คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา    
    รายคณะ 95.57% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    รายบุคคล 94.03% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    4. คณะกรรมการบริหาร    
    รายคณะ 89.93% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    รายบุคคล 96.67% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    5. คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล    
    รายคณะ 98.96% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    รายบุคคล 99.31% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    6. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง    
    รายคณะ 96.11% ดีมาก - ดีเยี่ยม
    รายบุคคล 98.06% ดีมาก - ดีเยี่ยม

10. ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี (Audit Fee)
บริษัทฯ และบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชีให้กับบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานตรวจสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด

ค่าตอบแทนการสอบบัญชี ประจำปี 2561 25601 2559
1. ค่าสอบบัญชีประจำปีและค่าสอบทานรายไตรมาสสำหรับงบการเงินเฉพาะและงบการเงินของบริษัท 1,320,000 1,000,000 1,120,000
2. ค่าสอบบัญชีประจำปีและรายไตรมาสของบริษัทย่อย 5,350,000 4,900,000 4,530,000
รวมค่าสอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อยทั้งหมด 6,670,000 5,900,000 5,650,000

หมายเหตุ: 1สำหรับรอบระยะเวลา มกราคม - กันยายน 2560

ทั้งนี้บริษัทที่เป็นสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีไม่มีความสัมพันธ์หรือส่วนได้ส่วนเสียใดๆ กับบริษัท บริษัทย่อย ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งค่าตอบแทนการสอบบัญชีประจำปีจะนำเสนอผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติทุกครั้ง

ค่าตอบแทนอื่น (Non-audit Fee)

ค่าตอบแทนอื่น 2561 25601 2559
1. ค่าบริการให้คำปรึกษา 330,000 520,000 -
2. ค่าอบรมมาตรฐานบัญชี 79,612 - -

หมายเหตุ: 1สำหรับรอบระยะเวลา มกราคม - กันยายน 2560

11. การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ

ประธานกรรมการและประธานอำนวยการของบริษัทฯ มิได้เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการให้ชัดเจน เนื่องจากประธานกรรมการทำหน้าที่บริหารคณะกรรมการซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการของฝ่ายจัดการ ส่วนประธานอำนวยการเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดการ ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายที่อนุมัติโดยคณะกรรมการนอกจากนี้ การที่ประธานกรรมการมิได้เป็นบุคคลเดียวกับประธานอำนวยการ ทำให้เกิดการคานอำนาจ และประธานกรรมการสามารทำหน้าที่ได้โดยอิสระ
นอกจากนี้ องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทยังประกอบด้วยกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวนน้อยกว่ากรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารในสัดส่วน 1 : 8 จากจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมด 9 ราย ซึ่งมีกรรมการที่เป็นผู้บริหารในคณะกรรมการบริษัทจำนวนน้อยที่สุดเช่นนี้เป็นการถ่วงดุลและสร้างความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการจะไม่ถูกครอบงำโดยฝ่ายจัดการ

สรุปการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบริษัทในปี 2561

รายชื่อกรรมการบริษัท การเข้าร่วมประชุม/การประชุมทั้งหมด
คณะกรรมการ บริษัท คณะกรรมการ ตรวจสอบ คณะกรรมการ พิจารณา ค่าตอบแทน และสรรหา คณะกรรมการ กำกับดูแล บรรษัทภิบาล คณะกรรมการ บริหาร
1. นายวันชัย ศารทูลทัต 6 ครั้ง /
6 ครั้ง
  2 ครั้ง /
2 ครั้ง
   
2. นายปณต สิริวัฒนภักดี 5 ครั้ง /
6 ครั้ง
  2 ครั้ง /
2 ครั้ง
  11 ครั้ง /
12 ครั้ง
3. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี 4 ครั้ง /
6 ครั้ง
       
4. นายโชติพีฒน์ พีชานนท์ 5 ครั้ง /
6 ครั้ง
       
5. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร 6 ครั้ง /
6 ครั้ง
      12 ครั้ง /
12 ครั้ง
6. นายชายน้อย เผื่อนโกสุม 6 ครั้ง /
6 ครั้ง
4 ครั้ง /
4 ครั้ง
2 ครั้ง /
2 ครั้ง
2 ครั้ง /
2 ครั้ง
 
7. นายอุดม พัวสกุล 6 ครั้ง /
6 ครั้ง
4 ครั้ง /
4 ครั้ง
     
8. นายชินวัฒน์ ชินแสงอร่าม 6 ครั้ง /
6 ครั้ง
4 ครั้ง /
4 ครั้ง
  2 ครั้ง /
2 ครั้ง
 
9. นายธนพล ศิริธนชัย 6 ครั้ง /
6 ครั้ง
    2 ครั้ง /
2 ครั้ง
12 ครั้ง /
12 ครั้ง

การถือหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร

กรรมการ / ผู้บริหาร ณ 30 กันยายน 2561 รวม
31/12/60
เปลี่ยนแปลง เพิ่ม (ลด)
จำนวนหุ้นที่ถือโดย กรรมการ / ผู้บริหาร จำนวนหุ้นที่ถือโดย ผู้เกี่ยวข้อง* รวม
30/09/61
ต้นปี ระหว่างปี ปลายปี ต้นปี ระหว่างปี ปลายปี
กรรมการ
1. นายวันชัย ศารทูลทัต
-
-
-
-
-
-
-
-
-
2. นายปณต สิริวัฒนภักดี
-
-
-
-
-
-
-
-
-
3. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี
-
-
-
-
-
-
-
-
-
4. นายโชติพัฒน์ พีชานนท์
-
-
-
-
-
-
-
-
-
5. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร
-
-
-
-
-
-
-
-
-
6. นายชายน้อย เผื่อนโกสุม
-
-
-
-
-
-
-
-
-
7. นายอุดม พัวสกุล
-
-
-
-
-
-
-
-
-
8. นายชินวัฒน์ ชินแสงอร่าม
-
-
-
-
-
-
-
-
-
9. นายธนพล ศิริธนชัย
-
-
-
-
-
-
-
-
-
ผู้บริหาร
1. นายธนพล ศิริธนชัย
-
-
-
-
-
-
-
-
-
2. นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล
-
-
-
-
-
-
-
-
-
3. นายแสนผิน สุขี
-
-
-
-
-
-
-
-
-
4. นางสาวปรัศนีย์ สุระเสถียร/1
-
-
-
-
-
-
-
-
-
5. นายวิทวัส คุตตะเทพ
-
-
-
-
-
-
-
-
-
6. นายเทพศักดิ์ นพกรวิเศษ
-
-
-
-
-
-
-
-
-
7. นางสาวธีรนันท์ กรศรีทิพา
-
-
-
-
-
-
-
-
-

1 รายละเอียดของจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน, ข้อบังคับของบริษัทฯ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์บริษัทฯ www.goldenland.co.th

2 รายละเอียดของนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.goldenland.co.th

3 รายละเอียดของกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ ww.goldenland.co.th

4 รายละเอียดของกฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ www.goldenland.co.th

ไทย | EN

Copyright © 2016, Golden Land Property Development PLC. All Rights Reserved.