คำวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ

การเปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชี

กลุ่มบริษัทได้เปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชีของกลุ่มบริษัทจากเดิมคือวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป โดยเริ่มตั้งแต่งวดบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 เป็นต้นไป ดังนั้นงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จและงบกระแสเงินสดสำหรับงวดบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 จึงได้จัดทำขึ้นตามวันสิ้นสุดของรอบระยะเวลาบัญชีใหม่เป็นครั้งแรก โดยเป็นงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560

เพื่อประโยชน์ต่อผู้ใช้งบการเงินในการวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลทางการเงิน รวมถึงการอธิบายสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้อย่างเหมาะสม จึงได้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานและกระแสเงินสดสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 กับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ใช้งบการเงินสามารถดูรายละเอียดได้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 44 เรื่องข้อมูลเพิ่มเติม

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงิน

บริษัทฯ มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.5 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,086.48 ล้าน เพิ่มขึ้น 156.23 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.8 จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก ดังนี้

  1. บริษัทฯ มีรายได้รวมสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2560 จำนวน 9,352.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 1,458.54 ล้านบาท
    • เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวน 1,092.12 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.7 โดยประสบความสำเร็จทั้งโครงการใหม่ที่เริ่มเปิดขายและเริ่มโอนในปี 2560 ทั้งหมด 7 โครงการ และโครงการเก่าที่ยังขายและโอนได้อย่างต่อเนื่อง
    • เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้จากการให้เช่าและบริการเป็นจำนวน 188.72 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.1 จากอัตราการเช่าที่สูงขึ้น และการรับรู้รายได้เต็มงวดของอาคารเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ ที่เริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2559
    • เพิ่มขึ้น 90.04 ล้านบาท จากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนบางส่วน
  2. บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวมสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2560 จำนวน 8,098.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 1,264.32 ล้านบาท
    • เพิ่มขึ้นจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวน 839.20 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และมีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 31.6 ลดลงร้อยละ 1.3 โดยบริษัทฯ เพิ่มงบประมาณในการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและภูมิทัศน์ในโครงการให้มากขึ้นเพื่อผลักดันยอดขาย
    • เพิ่มขึ้นจากต้นทุนการให้เช่าและบริการเป็นจำนวน 62.29 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 34.6 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
    • ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจำนวน 75.29 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนการขายและโอนทั้งหมดเป็นไปตามสัดส่วนของรายได้ที่เพิ่มขึ้น
    • ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจำนวน 160.40 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนโครงการ และค่าใช้จ่ายในการบริหารและจัดการส่วนกลางตามจำนวนโครงการบ้านจัดสรรที่เพิ่มขึ้น
    • ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น จำนวน 46.29 ล้านบาทเป็นผลมาจากบริษัทฯ ได้มีการซื้อที่ดินและเปิดโครงการเพิ่มทำให้บริษัทฯ ต้องกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นตาม เทียบกับปี 2559 ซึ่ง บริษัทฯได้รับเงินเพิ่มทุนจำนวน 4,971.33 ล้านบาท และได้รับค่าเช่าช่วงรับล่วงหน้าจากโกลเด้นเวนเจอร์รีท จำนวน 6,777.23 ล้านบาท ไปชำระเงินกู้ยืมจากธนาคาร
  3. บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 236.35 ล้านบาท จากกำไรก่อนภาษีที่ 1,322.83 ล้านบาท และคำนวณอัตราภาษีเงินได้ได้อัตราร้อยละ 17.9 ในขณะที่ปีก่อนมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 178.52 ล้านบาทจากกำไรก่อนภาษีที่ 1,108.77 ล้านบาทและคำนวณอัตราภาษีเงินได้ได้อัตราร้อยละ 16.1
    จากผลการดำเนินงานที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้มีผลกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 จำนวน 1,086.48 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ตามงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จที่นำส่ง บริษัทฯ มีกำไรเพิ่มขึ้น 49.80 ล้านบาท จากรายได้ที่ลดลง 1,444.22 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายที่ลดลง 1,477.83 ล้านบาท
  4. ฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2560
    • สินทรัพย์
      บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 30,804.67 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เป็นจำนวน 1,981.02 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาเพิ่มขึ้น 1,764.69 ล้านบาทจากการซื้อที่ดินเพื่อเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ มีเพิ่มเงินลงทุนในบริษัทเกษมทรัพย์ภักดี จำกัด จำนวน 538.90 ล้านบาท
    • หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
      บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 16,440.93 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เป็นจำนวน 1,431.12 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากการออกจำหน่ายหุ้นกู้ จำนวน 2,000 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 659.30 ล้านบาท และลดลงจากเงินกู้ยืมสถาบันการเงินลดลง 757.97 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีจำนวนเงิน 14,363.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เป็นจำนวน 549.90 ล้านบาท เนื่องจากกำไรที่เกิดขึ้นปี 2560 นี้ หักด้วยเงินปันผลจ่ายจำนวน 534.46 ล้านบาท

ไทย | EN

Copyright © 2016, Golden Land Property Development PLC. All Rights Reserved.