คณะกรรมการบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีถึงความสำคัญของ การนำหลักบรรษัทภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีมา ปฏิบัติ เพราะเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ที่ยั่งยืน มีระบบการบริหารจัดการที่คำนึงถึงคุณธรรม ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ อันเป็นพื้นฐานที่ส่งเสริมการดำเนินงาน ให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มประสิทธิผล โดยมุ่งเน้นการสร้าง ประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม

คณะกรรมการจะดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและ ข้อปฏิบัติที่ระบุไว้ โดยจะปรับปรุงให้เหมาะสมกับเวลาและ สถานการณ์ คณะกรรมการจึงได้กำหนดนโยบายและถือปฏิบัติ ตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ โดยแบ่งเป็น 5 หมวด ได้แก่

  1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
  2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
  3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
  4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
  5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ ตระหนักถึงสิทธิและความเท่าเทียมกันของ ผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการรับทราบข้อมูลผลการดำเนินงานและนโยบายการ บริหารงาน มีสิทธิในการรับส่วนแบ่งกำไร และสิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมตาม ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องและ เพื่อเป็นการให้ความมั่นใจว่าผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิเท่าเทียมกัน บริษัทฯ ได้จัดให้มีกระบวนการประชุมผู้ถือหุ้นที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ มีมาตรการดูแลการใช้ข้อมูลภายใน มีการควบคุม และดูแลการทำรายการระหว่างกัน รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอ ดังนี้

การประชุมผู้ถือหุ้น

นโยบายการกำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการ ประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้น ทุกกลุ่มซึ่งรวมถึงนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมประชุม
บริษัทฯกำหนดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปีละครั้ง ภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือน นับเเต่สิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัทฯโดยจะกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่จะจัดประชุม ซึ่งมีความ พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้นที่เป็นนักลงทุนสถาบันได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยมีนโยบายคือ จะไม่จัดประชุมในวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดทำการของธนาคารพาณิชย์ การประชุม จะเริ่มประชุมในช่วงเวลา 8.30 - 16.00 น. โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนสามารถส่งใบลงทะเบียนหรือหนังสือมอบฉันทะ มายังบริษัทฯ เพื่อรับลงทะเบียนล่วงหน้า และจัดประชุมในเขตกรุงเทพมหานครหรือท้องที่อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางไปร่วมประชุมได้ง่ายและจะมีการให้ข้อมูลวัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม โดยมีคำชี้แจงและเหตุผลประกอบในแต่ละวาระ หรือประกอบ มติที่ขอตามที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี และวิสามัญผู้ถือหุ้น หรือในเอกสารแนบวาระการประชุม โดยไม่มีการจำกัดโอกาสของผู้ถือหุ้นในการศึกษาสารสนเทศของบริษัทฯ ทั้งนี้หากบริษัทฯ มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเสนอวาระเป็น กรณีพิเศษ ซึ่งกระทบหรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นหรือเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ กฎหมายที่ใช้บังคับที่ต้อง ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทฯจะเรียกประชุมวิสามัญ ผู้ถือหุ้นเป็นกรณีไป

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้จัดการประชุมผู้ถือหุ้นจำนวน 1 ครั้ง ได้แก่

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ครั้งที่ 24 จัดขึ้นในวันที่ 26 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น. ณ ห้องวิคเตอร์ 2 - 3 วิคเตอร์ คลับ ชั้น 8 อาคารสาทร สแควร์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ เลขที่ 98 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

โดยดำเนินการประชุมตามพระราชบัญญัติมหาชน จำกัด พ.ศ. 2538 ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับ การประเมินคุณภาพการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น

ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 (ครั้งที่ 24) มีการพิจารณาลงคะแนนเสียงเรียงลำดับตามวาระที่กำหนดไว้ ก่อนเริ่มการประชุมทุกครั้ง ประธานในที่ประชุมจะชี้แจงวิธีการลงคะแนน การนับคะแนน และการใช้บัตรลงคะแนนเสียง มีกรรมการเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 9 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 100 กรรมการบริษัททั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยประธานกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบประธานกรรมการ บริหาร ประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา กรรมการบริษัท ประกอบด้วย

1. นายวันชัย ศารทูลทัต กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการ / ประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา
2. นายปณต สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ / ประธานกรรมการบริหาร / กรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา
3. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการ
4. นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ กรรมการ
5. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร กรรมการ / กรรมการบริหาร
6. นายชายน้อย เผื่อนโกสุม กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการตรวจสอบ / กรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา / ประธานกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล
7. นายอุดม พัวสกุล กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
8. นายชินวัฒน์ ชินแสงอร่าม กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ / กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล
9. นายธนพล ศิริธนชัย กรรมการ / กรรมการบริหาร / ประธานอำนวยการ / กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล / ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
- ไม่มี -

*** ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล บรรษัทภิบาลเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559

รวมถึงมีที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาการเงิน ที่ปรึกษา การเงินอิสระ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทฯ เข้าร่วมประชุมด้วยตั้งแต่เริ่มการประชุม

ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

  1. บริษัทฯ ได้เปิดเผยมติคณะกรรมการบริษัทเรื่อง กำหนดการจัดประชุมผู้ถือหุ้นทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของบริษัทฯ พร้อมทั้งเผยแพร่ หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นที่มีรายละเอียดครบถ้วนเปิดเผยใน เว็บไซต์ของบริษัทฯ ก่อนล่วงหน้า 30 วัน
  2. จัดส่งหนังสือเชิญประชุม ซึ่งบรรจุวาระที่สำคัญ อย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยและข้อบังคับของบริษัทฯ อาทิ รายละเอียด วาระการประชุมที่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจ รวมทั้งนำเสนอ ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในแต่ละวาระอย่างชัดเจน รายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา รายงานประจำปี พร้อมทั้ง เอกสารประกอบการประชุม เอกสารที่ต้องใช้ในการมอบฉันทะ และระบุวิธีการไว้ชัดเจน ให้แก่ผู้ถือหุ้นได้พิจารณาล่วงหน้า ก่อนการประชุม 14 วัน และประกาศโฆษณาคำบอกกล่าวนัด ประชุมลงหนังสือพิมพ์รายวัน 3 วันติดต่อกันและไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุม เพื่อบอกกล่าวผู้ถือหุ้นล่วงหน้าในเวลาที่เพียงพอสำหรับเตรียมตัวศึกษาข้อมูลในการพิจารณาเกี่ยวกับ วาระการประชุมก่อนมาเข้าร่วมประชุม หนังสือเชิญประชุมได้จัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียน ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้บุคคลใด บุคคลหนึ่งมาประชุมแทน หรือเลือกให้กรรมการอิสระของบริษัทฯ เป็นผู้รับมอบฉันทะเข้าประชุมแทนได้ โดยบริษัทฯ จะเสนอ รายชื่อกรรมการอิสระพร้อมประวัติโดยสังเขปในหนังสือเชิญ ประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา โดยได้จัดส่งให้ผู้ถือหุ้นทุกราย ที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียน ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ
  3. นำเสนอค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา อนุมัติเป็นประจำทุกปี และนำเสนอนโยบายและหลักเกณฑ์ ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นทราบ
  4. เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2549 บริษัทฯ ได้ให้สิทธิแก่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในการเสนอระเบียบวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการใน เบื้องต้นเป็นการล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์บริษัทฯ www.goldenland.co.th
  5. ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าดูข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับระเบียบ วาระการประชุมได้ทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นการล่วงหน้าก่อนได้รับเอกสารการประชุม และในวันประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ เปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนก่อนการประชุมอย่างน้อย 2 ชั่วโมงเสมอ
  6. ไม่เพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล สำคัญโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า จัดสรรเวลาการประชุมอย่างเพียงพอและดำเนินการประชุมอย่างเหมาะสมและ โปร่งใส โดยในระหว่างการประชุมจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ แสดงความคิดเห็นและซักถามอย่างทั่วถึงก่อนจะให้ลงคะแนน และสรุปมติที่ประชุมของแต่ละวาระ
  7. ให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมผู้ถือหุ้นภายหลังเริ่ม การประชุมแล้ว มีสิทธิออกเสียงหรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ลงมติ
  8. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สื่อ หรือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  9. จัดให้มีช่องทางที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถติดต่อขอ ข้อมูลโดยตรงทางไปรษณีย์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail address) ของบริษัทฯ “ir@goldenland.co.th” ในเรื่องต่างๆ เช่น กิจกรรมของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และการ ตรวจสอบ เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นรายย่อยยังสามารถติดต่อ ขอข้อมูลได้จากเลขานุการบริษัท

วันประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ กำหนดวัน เวลา และสถานที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งสามารถเดินทางได้สะดวกทุกราย โดยบริษัทฯ จัดให้มีเอกสาร ประกอบการประชุมซึ่งส่งพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมเพื่อให้ ผู้ถือหุ้นได้ทราบกระบวนการประชุม การตรวจสอบเอกสาร หลักฐานเพื่อแสดงสิทธิในการเข้าร่วมประชุม จัดเตรียมอากรแสตมป์ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นมีการมอบฉันทะโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ จุดลงทะเบียน กำหนดจุดบริการรับลงทะเบียนอย่างเหมาะสม และเพียงพอ โดยผู้ถือหุ้นสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม ได้ล่วงหน้าก่อนเวลาประชุม 2 ชั่วโมง และต่อเนื่องจนกว่า การประชุมจะแล้วเสร็จ ในการลงทะเบียนและลงคะแนนเสียง บริษัทฯ ได้นำระบบ barcode มาใช้ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาใน ขั้นตอนดังกล่าวให้รวดเร็วขึ้น

หลังวันประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ ได้มีการแจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นผ่านระบบข่าว ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันประชุมหรือภายใน วันทำการถัดไป และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยได้ระบุ ผลของการลงคะแนนเสียง (เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย/งดออกเสียง) ในแต่ละวาระ และจัดส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งจดบันทึก รายชื่อกรรมการที่เข้าร่วมประชุม ขั้นตอนการลงคะแนน วิธีการ แสดงผลคะแนน ผลของการลงคะแนนเสียง (เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย /งดออกเสียง) ในวาระที่ขอรับรอง/อนุมัติจากผู้ถือหุ้น รวมทั้ง ข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในแต่ละวาระให้กับตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อ ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม คณะกรรมการ บริษัทจึงมีนโยบายดังนี้

  1. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอเพิ่มวาระการ ประชุมผู้ถือหุ้นได้ล่วงหน้าก่อนการประชุม โดยประกาศแจ้ง ให้ทราบโดยทั่วกันผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยล่วงหน้าก่อนการประชุม พร้อมทั้งประกาศหลักเกณฑ์ และระบุขั้นตอนของการพิจารณาอย่างชัดเจนไว้บนเว็บไซต์ ของบริษัทฯ
  2. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอชื่อบุคคลเพื่อ เข้ารับเลือกเป็นกรรมการ ซึ่งผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องมี คุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของบริษัทฯ และต้องให้ความยินยอมในการเสนอชื่อด้วย โดยประกาศแจ้งการรับเสนอชื่อ รวมถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยล่วงหน้าก่อนการประชุม และเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งนี้ การคัดเลือกกรรมการในที่ประชุม บริษัทฯ จัดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการ เป็นรายบุคคล
    ในปี 2560 บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องที่ เห็นว่าสำคัญ สมควรที่จะบรรจุเป็นระเบียบวาระ และชื่อบุคคล เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 (ครั้งที่ 25) ล่วงหน้าก่อนการประชุม คือตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 โดยแจ้งให้ ผู้ถือหุ้นทราบผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งประกาศหลักเกณฑ์และระบุขั้นตอนที่ชัดเจนไว้ใน เว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ www.goldenland.co.th ภายใต้หมวด นักลงทุนสัมพันธ์ หัวข้อการประชุมผู้ถือหุ้น
  3. ให้สิทธิออกเสียงแก่ผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นที่ถือ อย่างเท่าเทียมกัน
  4. ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบวาระที่ ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมเสมอ และมีนโยบายที่จะไม่เพิ่ม ระเบียบวาระในที่ประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลประกอบระเบียบวาระ ก่อนตัดสินใจ
  5. แนบหนังสือมอบฉันทะแบบ ข. ซึ่งเป็นแบบที่ผู้ถือหุ้น สามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้เองในแต่ละวาระ พร้อมกับหนังสือนัดประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าร่วม ประชุมด้วยตนเองสามารถมอบอำนาจให้กรรมการอิสระ หรือบุคคลอื่นเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน พร้อมทั้ง เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถ ดาวน์โหลดได้
  6. ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับ ทุกระเบียบวาระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่ เห็นสมควร ซึ่งจะมีการเก็บบัตรลงคะแนนดังกล่าวในห้องประชุม 81 เพื่อนำผลคะแนนมาคำนวณรวมกับคะแนนเสียงที่ได้ลงไว้ ล่วงหน้าในหนังสือมอบฉันทะ ก่อนที่จะประกาศแจ้งมติของ คะแนนเสียงในห้องประชุมในที่สุด
  7. บันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และจัดส่งรายงานการประชุมต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังการประชุมเสร็จสิ้น 14 วัน และเผยแพร่ รายงานดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ด้วย
  8. กำหนดแนวทางการเก็บรักษาข้อมูล และการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อความเป็นธรรม ต่อผู้ถือหุ้น และจะแจ้งเตือนไม่ให้กรรมการบริษัท พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และ Nominee ใช้ข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญต่อการ ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ และการเปลี่ยนแปลงราคาของ หลักทรัพย์บริษัทฯ และยังไม่ได้เปิดเผยแก่สาธารณชน โดย กรรมการและผู้บริหารที่ได้รับทราบข้อมูลภายในจะต้องระงับ การซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วงเวลา 30 วัน ก่อนที่บริษัทฯ จะมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน และฐานะการเงิน หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งมีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ และหลังจากเปิดเผยงบการเงิน หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นสาระสำคัญนั้นแล้วอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารจะต้องรายงานการ ถือหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่กรรมการและผู้บริหารนั้น ดำรงตำแหน่งอยู่ เมื่อเข้ารับตำแหน่งภายใน 30 วันทำการ และรายงานทุกครั้งเมื่อมีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ภายใน 3 วันทำการต่อ ก.ล.ต.
บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อ สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่นๆ และตระหนักถึงบทบาท ความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทฯ ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ และดำเนินธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนด ของทางการ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะไม่ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม หรือสนับสนุนกิจกรรมหรือธุรกรรมใดๆ ที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ บริษัทฯ เคารพ และไม่สนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทรัพย์สินทาง ปัญญาหรือเกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

บริษัทฯ ไม่เรียก ร้องขอ หรือรับเงิน ของขวัญ หรือของ รางวัล หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดจากบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการรับอันเนื่องจากการให้ตามประเพณีนิยม บริษัทฯ ต่อต้านการทุจริต และไม่จ่ายสินบนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมทั้งจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนมาตรการของรัฐและเอกชนในการต่อต้าน การทุจริตคอร์รัปชัน บริษัทฯ ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรอย่าง มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยกำหนดให้พนักงานต้องเอาใจใส่ และปฏิบัติงานด้วยจิตสำนึกถึงความปลอดภัยและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทฯ มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม

  1. บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียแต่ละกลุ่มดังต่อไปนี้
    • ผู้ถือหุ้น
      บริษัทฯ คำนึงถึงความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล สำคัญต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โดยผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การแจ้งข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การแจ้งข้อมูลผ่านทาง เว็บไซต์ของบริษัทฯ การประกาศทางหนังสือพิมพ์ การจัดทำข่าว ประชาสัมพันธ์ หรือการจัดส่งจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นต้น
    • ลูกค้า
      บริษัทฯ ให้ความสำคัญในเรื่องจรรยาบรรณในการ ปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม เอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า ให้บริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการรับข้อร้องเรียนจากลูกค้า และดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ข้อร้องเรียนได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เป็นที่พอใจของลูกค้า ภายใต้หลักการดำเนินงานดังนี้
      • ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมและมุ่งมั่นที่จะยกระดับ มาตรฐานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รวมทั้งเปิดเผย ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
      • ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูล เพียงพอในการตัดสินใจ โดยไม่มีการกล่าวเกินความเป็นจริง ทั้งในการโฆษณา หรือในการสื่อสารช่องทางอื่นๆ กับลูกค้า อันเป็นเหตุให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพปริมาณ หรือเงื่อนไขใดๆ ของสินค้าหรือบริการ
      • ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็ว จัดให้มีระบบและช่องทางการติดต่อหรือร้องเรียนเกี่ยวกับ คุณภาพของสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านทาง เว็บไซต์ของบริษัทฯ www.goldenland.co.th
      • รักษาข้อมูลและความลับของลูกค้า โดยไม่นำข้อมูล ไปใช้ในทางที่มิชอบ เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อบุคคล ภายนอกที่เกี่ยวข้องตามบทบังคับของกฎหมาย
    • คู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้/ลูกหนี้
      บริษัทฯ ปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย การปฏิบัติตามพันธสัญญาอย่างเคร่งครัด จึง มีนโยบายการปฏิบัติต่อคู่ค้าตามหลักธรรมาภิบาล (CG) ในการดำเนินการสรรหา การจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดโอกาสให้คู่ค้า (ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ผู้ให้เช่า) ทุกรายเข้ามาประมูลงาน เสนอราคา งานกับบริษัทฯ ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม เปิดเผย และเป็นธรรม กับคู่ค้าทุกราย และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัด แย้งทางผลประโยขน์ ดังนั้น ในกรณีที่คู่ค้าได้รับการติดต่อจาก ผู้บริหารพนักงาน หรือ บุคคลใดๆ ในลักษณะที่เป็นการเรียกร้อง ค่าตอบแทน หรือผลตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใด หรือในกรณี ที่คู่ค้าเห็นว่ากระบวนการสรรหาและคัดเลือกคู่ค้าของบริษัทฯ ไม่เป็นไปโดยโปร่งใสหรือไม่เป็นธรรมกับคู่ค้า หรือเป็นการขจัด คู่แข่งทางการค้า บริษัทฯ สนับสนุนให้คู่ค้าแจ้งให้บริษัทฯ ทราบทันที เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมในการจัดซื้อ จัดจ้างแก่คู่ค้าทุกราย

      การสรรหาจัดซื้อจัดจ้าง และการปฏิบัติต่อคู่ค้า

      1. บริษัทฯ ประสงค์ที่จะให้การจัดหาสินค้าและบริการ เป็นไปอย่างมีมาตรฐานภายใต้การแข่งขันบนข้อมูลที่เท่าเทียมกัน มีหลักเกณฑ์ในการประเมินและคัดเลือกคู่ค้าและคู่สัญญา จัดทำรูปแบบสัญญาที่เหมาะสม จัดให้มีระบบการจัดการและ ติดตามเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญา อย่างครบถ้วน และป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกขั้นตอน ของกระบวนการจัดหา และจ่ายเงินให้คู่ค้าและคู่สัญญา ตรงเวลาตามเงื่อนไขการชำระเงินที่ตกลงกัน
      2. บริษัทฯ มุ่งที่จะพัฒนาและรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืน กับคู่ค้าและคู่สัญญาที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในเรื่องคุณภาพของสินค้า และบริการที่คุ้มค่ากับมูลค่าเงิน คุณภาพทางด้านเทคนิค และมีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน
      3. ห้ามผู้บริหารและพนักงานทุกคนรับผลประโยชน์ใดๆ เป็นส่วนตัวจากคู่ค้าและคู่สัญญาไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
      4. ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการจัดซื้อจัดหากับคู่ค้าหรือ คู่สัญญาที่มีความเกี่ยวพันกับตนเอง
      5. ไม่ใช้ข้อมูลที่ได้ทราบอันเนื่องมาจากการจัดซื้อจัดหา เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น

      วิธีการคัดเลือก/เกณฑ์ การประเมินคู่ค้า

      • มีประวัติทางการเงินที่เชื่อถือได้ และมีศักยภาพที่จะ เติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ ได้ในระยะยาว
      • ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพตรงกับความ ต้องการ และสามารถตรวจสอบคุณภาพได้
      • ประเมินความตรงต่อเวลาในการส่งมอบงาน สินค้า และบริการ
      • ประเมินความสามารถในการประสานงาน การแก้ไข ปัญหา และความพร้อมของทีมงาน โดยบริษัทฯ มีนโยบายที่จะ ปฏิบัติตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา โดยจะไม่จำหน่าย สินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายทางการค้า
    • เจ้าหนี้
      บริษัทฯ ได้ยึดมั่นในการปฏิบัติต่อคู่ค้าและ/หรือเจ้าหนี้ อย่างเป็นธรรม ซื่อสัตย์ และไม่เอารัดเอาเปรียบ เพื่อก่อให้เกิด ผลประโยชน์สูงสุดร่วมกัน และบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและ แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเจ้าหนี้โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขค้ำประกัน การบริหารเงินทุน และกรณีที่เกิดการผิดชำระหนี้ไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ทางการค้าหรือเจ้าหนี้สถาบันการเงิน โดยไม่ให้มีการผิดนัดชำระหนี้ รวมถึงการปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่ระบุไว้ในสัญญาและข้อตกลงต่างๆ อย่างเคร่งครัด
    • คู่แข่งทางการค้า
      บริษัทฯ ประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี รักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบัติในการแข่งขัน ไม่ทำลายชื่อเสียง ของคู่แข่งขันทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้ายและ ปราศจากซึ่งข้อมูลความจริง ไม่เข้าถึงสารสนเทศที่เป็นความลับ ของคู่แข่งด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือด้วยวิธีการอื่นที่ไม่เหมาะสม มีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่แข่งขันทางการค้าโดยไม่ละเมิดความลับหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่เเข่งด้วย วิธีฉ้อฉล จึงกำหนดหลักนโยบายดังนี้
      1. ประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี
      2. ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้า ด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม
      3. ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการ กล่าวหาในทางร้าย
      4. สนับสนุนและส่งเสริมการค้าเสรี เป็นธรรม ไม่ผูกขาด หรือกำหนดให้ลูกค้าของบริษัทฯ ต้องทำการค้ากับบริษัทฯ เท่านั้น
    • พนักงาน
      บริษัทฯ ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยไม่คำนึงถึงเพศ สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่อ พนักงานถือเป็นทรัพยากรอันมีค่าสูงสุดและเป็นปัจจัยสำคัญใน การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จที่ดี โดยมีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่พนักงานอย่างเหมาะสม

      นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทน สวัสดิการ แก่พนักงาน
      บริษัทฯ มีความรับผิดชอบในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของพนักงานอยู่เสมอ โดยยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย แรงงานอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งกำหนดนโยบายดูแลเรื่อง ค่าตอบแทนซึ่งสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยจะพิจารณาจากความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปี และ การวัดผลการปฏิบัติงานตาม Balanced Scorecard รวมทั้งสวัสดิการของพนักงาน อาทิ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็น การออมและสร้างหลักประกันให้แก่พนักงานและครอบครัว โดยเงินสะสมส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับความสมัครใจและอายุงานของพนักงาน อัตราเงินสะสมของพนักงานและอัตราเงินสมทบของ บริษัทฯ อยู่ระหว่างร้อยละ 5 - 10 ค่ารักษาพยาบาล ค่าทันตกรรม หลักประกันสุขภาพ หลักประกันชีวิตของพนักงาน เป็นต้น

      นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ ศักยภาพของพนักงาน
      บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ ความ สามารถ และเสริมประสบการณ์พนักงาน โดยส่งเสริมให้ พนักงานได้รับการอบรมพัฒนาทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานได้รับการพัฒนาความเชี่ยวชาญและความ สามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อ การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมต่างๆ ของธุรกรรม ข้อกำหนดและ กฎระเบียบของหน่วยงานต่างๆ ที่บริษัทฯ ต้องปฏิบัติตาม และ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อบังคับ รวมทั้งจรรยาบรรณทางธุรกิจ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องบริษัทฯ ได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลทาง Intranet และการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เพื่อให้พนักงาน ทราบหลักเกณฑ์และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน

      นโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิด สิทธิมนุษยชน
      บริษัทฯ สนับสนุนและเคารพในหลักการด้านสิทธิ มนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ดูแลมิให้ธุรกิจของบริษัทฯ และ บริษัทย่อยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน

    • สังคมและส่วนรวม
      บริษัทฯ สนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมอย่าง สม่ำเสมอ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือบริจาคทรัพย์สินให้แก่มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมตามโอกาส นอกจากนี้ยังส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบ ต่อสังคมในหมู่พนักงานทุกระดับ จัดให้มีการรณรงค์ประหยัดพลังงาน และการใช้ทรัพยากรในบริษัทฯ
    • องค์กรกำกับดูแลและหน่วยงานของรัฐ
      บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศ ข้อกำหนด และกฎระเบียบต่างๆ ที่กำหนดโดยองค์กรที่กำกับดูแลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์ฯ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เป็นต้น รวมทั้งให้ความร่วมมือและ ประสานงานกับหน่วยงานเอกชนอื่นๆ
    • สิ่งแวดล้อม
      บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก ตระหนักดีว่าในระหว่างการก่อสร้างโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ อาจก่อให้เกิดมลภาวะ ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมของชุมชน ที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณก่อสร้าง โดยปฏิบัติตามกฎหมายและ กฎระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่อง สิ่งแวดล้อม โดยในปี 2560 บริษัทฯ ได้มีการอบรมให้ความรู้ แก่พนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การรณรงค์ปิดไฟระหว่างเวลาพัก กลางวัน ปิดพักหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน ถอดปลั๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร ระหว่าง ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รณรงค์ให้พนักงานใช้กระดาษรีไซเคิล ในการสั่งพิมพ์เอกสารภายในบริษัท รวมทั้งรณรงค์การประหยัดน้ำ ช่วยกันปิดเปิดใช้แต่พอควร ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้
การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

การเปิดเผยสารสนเทศเป็นหนึ่งในหลักการที่มีความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับข้อมูลข่าวสารที่ต้องแจ้งแก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ถือหุ้น ทั้งในด้านของความถูกต้อง ความเพียงพอ ความรวดเร็ว และความเท่าเทียมกันของการให้ข้อมูลแก่ทุกกลุ่ม ดังนี้

  1. เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของบริษัทฯ ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน การเปิดเผย ข้อมูลทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของงบการเงินนั้น จะต้องผ่านการสอบทาน/ตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีว่าถูกต้อง 84 ตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบและ คณะกรรมการบริษัท ก่อนเผยแพร่ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. เปิดเผยข้อมูลต่างๆ โดยเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ ของบริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น งบการเงิน แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56 - 1) รายงานประจำปี (แบบ 56 - 2)
  3. เปิดเผยบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการและ คณะอนุกรรมการย่อย จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละคนเข้าร่วม การประชุม และนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและ ผู้บริหารระดับสูงไว้ภายใต้หัวข้อการจัดการตามแบบแสดง รายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56 - 1) และรายงานประจำปี (แบบ 56 - 2)
  4. เปิดเผยรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ต่อรายงานทางการเงิน แสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชี ในรายงานประจำปี (แบบ 56 - 2)
  5. กำหนดให้กรรมการของบริษัทฯ ต้องรายงาน การซื้อขาย/ถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ให้ที่ประชุม คณะกรรมการบริษัททราบเป็นประจำทุกไตรมาส
  6. กำหนดให้มีการรายงานการมีส่วนได้เสียของ กรรมการและผู้บริหาร ตามประกาศคณะกรรมการกำกับ ตลาดทุน ที่ ทจ. 2/2552 เรื่องการรายงานการมีส่วนได้เสียของ กรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ลงวันที่ 26 มกราคม 2552 โดยกำหนดให้มีการรายงานครั้งแรกในเดือน กรกฎาคม 2552 และรายงานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงภายใน 3 วันทำการ โดยจัดส่งรายงานไปยังเลขานุการบริษัท
  7. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

การเปิดเผยข้อมูลการทำรายการเกี่ยวโยงกันและ ระหว่างกัน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการพิจารณารายการเกี่ยวโยง กันและระหว่างกันต่างๆ อย่างโปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อ บริษัทฯ เป็นสำคัญ บริษัทฯ จึงป้องกันรายการที่อาจเกิดความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ต้องได้รับการพิจารณา และอนุมัติจากคณะกรรมการ พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ

การเปิดเผยข้อมูลและความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความ ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทั่วถึง ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจนข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อ ราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ดังกล่าวเพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ โดยผ่าน ช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ การแจ้งข้อมูลโดยผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การแจ้งข้อมูลโดยผ่านทาง เว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือการจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ เป็นต้น โดยมอบหมายให้ผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีความเข้าใจ ธุรกิจของบริษัทฯ เป็นอย่างดีทำหน้าที่เป็นนักลงทุนสัมพันธ์

นอกจากนี้ ประธานอำนวยการ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงาน กลยุทธ์องค์กรและการลงทุน ได้มีการสื่อสารโดยตรงกับ ผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ทั้งใน และต่างประเทศ โดยจัดให้มีการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้า การดำเนินกิจการ ตอบข้อซักถามต่างๆ เกี่ยวกับบริษัทให้แก่ นักลงทุน และเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) นอกเหนือจากการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสารสนเทศต่างๆ แจ้ง ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.goldenland.co.th ที่ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน อยู่เสมอ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ กิจกรรมของกลุ่มบริษัทฯ ได้รับรู้ข้อมูลของบริษัทฯ ที่เป็นปัจจุบัน อย่างเท่าเทียมกัน ในปี 2560 บริษัทฯ จัดให้มีการประชุม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Meeting) จำนวน 8 ครั้ง บริษัท จดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ Roadshow จำนวน 5 ครั้ง โดยชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัทฯ แก่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุน และสื่อมวลชนที่มา ร่วมงาน ซึ่งจากการจัดประชุมดังกล่าวได้สร้างความเข้าใจให้ กับนักวิเคราะห์และนักลงทุนได้เป็นอย่างดี โดยได้ชี้แจงข้อมูล เกี่ยวกับธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัทฯ แก่นักวิเคราะห์ หลักทรัพย์ นักลงทุน และสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน และบุคคลทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูล และซักถามข้อสงสัยต่างๆ โดยติดต่อแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2764-6209
โทรสาร 0-2764-6222 ต่อ 2
E-mail: ir@goldenland.co.th

นโยบายการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนและการปกป้องผู้ให้ข้อมูล (Whistle Blowing Policy)
บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางการรับข้อร้องเรียน และแจ้งเบาะแสทั้งจากภายนอกและภายในบริษัทฯ ตลอดจนมีระบบการ ดำเนินการจัดการข้อร้องเรียนที่เหมาะสม อีกทั้งยังได้กำหนด มาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียนดังนี้

  1. การแจ้งเบาะแส บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางในการแจ้ง เบาะแสหรือข้อร้องเรียนในกรณีที่สงสัยว่าจะมีการกระทำผิด จรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ การกระทำผิดกฎหมาย รวมถึง พฤติกรรมที่ส่อถึงการทุจริต การปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกัน ผ่านช่องทางดังนี้
    • การร้องเรียนทางโทรศัพท์ ผู้ร้องเรียนสามารถ ร้องเรียนโดยตรงที่หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายในที่หมายเลข 0-2764-6206
    • การร้องเรียนทางไปรษณีย์หรือร้องเรียนด้วยตนเอง
      • บริษัทฯ ได้จัดเตรียมกล่องรับความคิดเห็นไว้ในที่ เปิดเผยให้ผู้ร้องเรียนสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ สะดวกด้วยตนเอง กล่องรับความคิดเห็นดังกล่าว จะถูกดำเนินการเปิดเป็นประจำทุกสัปดาห์โดย หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน หากผู้ร้องเรียน ไม่สามารถเดินทางมาร้องเรียนได้ด้วยตนเอง สามารถร้องเรียนได้ตามที่อยู่ดังนี้
      • ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) โดยส่งมาที่ Independent-Director@goldenland.co.th
      • ทางจดหมาย:
        ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
        98 อาคารสาทร สแควร์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 36 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
  2. กระบวนการดำเนินการรับเรื่องร้องเรียน
    เมื่อบริษัทฯ ได้รับเบาะแสหรือข้อร้องเรียนมาแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล ประมวลผล ตรวจสอบ และกำหนดมาตรการในการดำเนินการเพื่อบรรเทาความ เสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยคำนึงถึงความเดือดร้อน เสียหายโดยรวมทั้งหมด หลังจากนั้นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่อง ดังกล่าวมีหน้าที่ติดตามผลการดำเนินการ และรายงานผลให้ ผู้รับแจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน ทราบ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินการดังกล่าวต่อประธาน อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทตามลำดับแล้วแต่กรณี
  3. มาตรการคุ้มครอง
    เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้แจ้งเบาะแส/ ข้อร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยชื่อ - สกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอื่นใดของ ผู้แจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน หรือผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมไปถึงกำหนดมาตรการคุ้มครองในกรณีที่ผู้นั้น เห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิดความเดือดร้อนเสียหาย ทั้งนี้ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับ การบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งนี้บุคคลที่บริษัทฯ ตรวจสอบแล้วพบว่า ได้กระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน จะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทฯ กำหนด หรือได้รับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อย การสรรหาและแต่งตั้ง กรรมการ และผู้บริหารระดับสูงสุด
  1. คณะกรรมการบริษัท
    คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับ ดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ คณะกรรมการ มีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็น อิสระจากฝ่ายจัดการ

    คณะกรรมการบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ธุรกิจ ของบริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ จรรยาบรรณทางธุรกิจ ให้มีความสอดคล้องกันภายใต้ ระบบของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้การบริหาร จัดการเป็นไปตามเป้าหมายบนแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม โดยคณะกรรมการ บริษัทได้ร่วมกับฝ่ายบริหารระดับสูงในการกำหนดทิศทาง วัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนงาน และงบประมาณประจำปี และ คณะกรรมการจะมีการติดตามการปฏิบัติงานให้ได้ตามแผนงาน ของฝ่ายจัดการที่วางไว้ โดยฝ่ายจัดการจะรายงานผลการปฏิบัติ งานให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารรับทราบเป็นรายเดือน และ รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นรายไตรมาส ซึ่งใน การประชุมแต่ละคณะจะกำหนดไว้เป็นวาระรับทราบผลการ ดำเนินงานประจำเดือนของแต่ละเดือน และทบทวนแผนกลยุทธ์ รายไตรมาส

    โครงสร้างคณะกรรมการ
    1) คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 5 ท่าน แต่ไม่เกินกว่า 11 ท่าน โดยคณะกรรมการบริษัทต้องมี กรรมการอิสระ ประกอบด้วยกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ท่าน กรรมการอิสระ จะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการ และกรรมการอิสระดังนี้

    คุณสมบัติของกรรมการบริษัท

    1. เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
    2. เป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรมและ ความรับผิดชอบ ตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล
    3. เป็นบุคคลที่มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และกล้าแสดง ความคิดเห็นที่แตกต่างและเป็นอิสระ
    4. สามารถให้เวลาอย่างเพียงพอในการติดตามการ ดำเนินงานของบริษัทฯ
    5. เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด

      พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาทิ
      • บรรลุนิติภาวะ
      • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      • ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้กระทำโดยทุจริต
      • ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการหรือองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ ฐานทุจริตต่อหน้าที่
      • ไม่เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเห็นว่าไม่สมควรเป็นกรรมการตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    คุณสมบัติกรรมการอิสระ

    1. ถือหุ้นไม่เกิน 1% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
    2. ไม่เป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงานพนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและก่อนเป็นกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 2 ปี
    3. ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดา มารดา คู่สมรสพี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของกรรมการรายอื่นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    4. ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้ วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มี อำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและก่อนเป็นกรรมการ อิสระไม่น้อยกว่า 2 ปี ดังนี้
      4.1 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของสำนักงานสอบบัญชีต้นสังกัด
      4.2 ไม่เป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพอื่นๆ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน ที่มีมูลค่าการให้บริการทางวิชาชีพอื่นเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปี แก่บริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือ หุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ให้บริการวิชาชีพอื่นๆ
      4.3 ไม่ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือมีส่วนได้ส่วนเสียจากการทำธุรกรรมทางการค้าหรือ ธุรกิจ ได้แก่ รายการที่เป็นธุรกิจปกติ รายการเช่าหรือให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือ รายการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน กับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 20 ล้านบาท หรือตั้งแต่ ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ แล้วแต่ จำนวนใดจะต่ำกว่า โดยให้นับรวมมูลค่ารายการในระหว่าง 1 ปี ก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
    5. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทน ของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็น ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
    6. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและ เป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร ลูกจ้าง พนักงาน หรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและ เป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    7. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็น อย่างเป็นอิสระได้
    8. กรรมการอิสระที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1 - 7 อาจได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนิน กิจการของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัท ย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยมี การตัดสินใจในรูปแบบองค์คณะ (Collective decision) ได้

    2) กรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ สามารถเข้า ดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ในเครือหรือบริษัทย่อย แต่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ของสำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทด้วย

    3) มีการเปิดเผยประวัติของคณะกรรมการทุกคน โดยละเอียดต่อสาธารณชน และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง กรรมการ

    การแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท
    การแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทฯ และพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด กระบวนการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทฯ ดำเนินการโดยคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและ สรรหา ซึ่งจะพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการ และเสนอชื่อบุคคลเข้าเป็นกรรมการต่อผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาตามลำดับ ทั้งนี้ ข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้การเเต่งตั้งกรรมการบริษัท เป็นไปโดยสอดคล้องกับพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

    1. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมหรือ แทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
      • ก. ผู้ถือหุ้น 1 คน มีคะแนนเสียงเท่ากับ 1 เสียงต่อ 1 หุ้น
      • ข. ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ ทั้งหมดตาม (ก.) เลือกบุคคลคนเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
      • ค. บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่ากับจำนวนกรรมการที่จะมี ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งใน ลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะมี ได้ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด
    2. คณะกรรมการเป็นผู้เลือกบุคคลเข้าเป็นกรรมการ แทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงเพราะสาเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามวาระ

    วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัท

    ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งอย่างน้อย 1 ใน 3 ถ้าจำนวน กรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็น 3 ส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดย จำนวนใกล้เคียงที่สุดกับส่วน 1 ใน 3

    กรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีที่สอง ภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ให้จับสลากกัน ส่วนในปีต่อๆ ไป ให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง กรรมการ โดยกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับเลือกตั้งใหม่ได้

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการ จะพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

    1. ตาย
    2. ลาออก
    3. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามพระราช-บัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
    4. ลาออกโดยมติของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
    5. ศาลมีคำสั่งให้ออก

    ขอบเขต บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของ คณะกรรมการบริษัท

    1. ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ และมีความรับผิดชอบเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกราย
    2. กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ และกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินการเป็นไป ตามนโยบายและระเบียบของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อความเติบโต ของธุรกิจอย่างยั่งยืนและเพิ่มมูลค่าหุ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
    3. รายงานให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงผลประกอบการของบริษัทฯ ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นและในรายงานประจำปีของบริษัทฯ
    4. ดำเนินการให้บริษัทฯ มีระบบบัญชี การรายงาน ทางการเงิน การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิผลและเชื่อถือได้
    5. จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
    6. ควบคุมดูแลให้ฝ่ายบริหารมีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วน ได้เสียทุกฝ่ายอย่างมีจริยธรรมและมีความเท่าเทียมกัน
    7. กรรมการที่เป็นอิสระและกรรมการจากภายนอกอื่น มีความพร้อมที่จะใช้ดุลยพินิจของตนอย่างเป็นอิสระในการพิจารณากำหนดกลยุทธ์ การบริหารงาน การใช้ทรัพยากร การแต่งตั้งกรรมการ และการกำหนดมาตรฐานการดำเนินกิจการตลอดจนพร้อมที่จะคัดค้านการกระทำของกรรมการอื่นๆ หรือ ฝ่ายจัดการ ในกรณีที่มีความเห็นขัดแย้งในเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย
    8. ในกรณีที่จำเป็น คณะกรรมการสามารถขอคำแนะนำ หรือความเห็นทางวิชาชีพจากที่ปรึกษาภายนอกเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ โดยบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
    9. จัดให้มีเลขานุการบริษัทเพื่อช่วยดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของคณะกรรมการและบริษัทฯ อันได้แก่ การประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้น ตลอดจนการให้คำแนะนำแก่กรรมการ และบริษัทฯ ในการปฏิบัติตนและดำเนินกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้ง ดูแลให้กรรมการและบริษัทฯ มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา
    10. หากกรรมการได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระ สำคัญอันจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์กรรมการ จะต้องระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วงระยะเวลา ที่เหมาะสมก่อนที่ข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน และจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่น โดยผู้ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตามกฎหมาย
    11. รายงานข้อมูลตาม “แบบรายงานการมีส่วนได้เสีย ของกรรมการ/ผู้บริหาร” ต่อบริษัทฯ ตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด
    12. กรรมการใหม่ควรเข้ารับการปฐมนิเทศความรู้ เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ
    13. คณะกรรมการยังได้จัดให้มีหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) และแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน พร้อมทั้งเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยให้ถือเป็นนโยบายความ ซื่อสัตย์ที่ใช้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ซึ่งมีหน้าที่ต้อง ทำความเข้าใจและปฏิบัติตามตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ไม่เพียง แต่การปฏิบัติตามที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ยังให้ปฏิบัติตาม เจตนารมณ์แห่งความซื่อสัตย์ (The Spirit of Integrity) ด้วย และได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่ต้องให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับหลักจรรยาบรรณธุรกิจต่อพนักงาน และตรวจสอบ ให้แน่ใจว่าพนักงานได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ตลอดจนรับทราบว่าในกรณีที่มีการละเมิดจะมีการดำเนินการ ทางวินัยให้ถึงที่สุดซึ่งอาจรวมถึงการเลิกจ้าง

    อำนาจดำเนินการ
    คณะกรรมการบริษัทอาจมอบอำนาจให้กรรมการคนหนึ่ง หรือหลายคน หรือบุคคลอื่นใดปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด แทนคณะกรรมการบริษัท และอาจยกเลิกเพิกถอนเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอำนาจนั้นๆ ได้ คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจกำหนด และแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการซึ่งมีอำนาจลงนามผูกพัน บริษัทฯ ตลอดจนจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทอาจมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหาร มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติงานต่างๆ ตามขอบเขตอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าว ต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจหรือมอบอำนาจช่วงที่ ทำให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่ อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์อื่นใด (ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด) ทำกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการ ที่เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติไว้

    การประชุมคณะกรรมการบริษัท

    1. คณะกรรมการกำหนดให้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง และตามความจำเป็น โดยได้มีการกำหนดการประชุมคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการ ชุดย่อยไว้อย่างเป็นทางการล่วงหน้าตลอดทั้งปี และแจ้งให้ กรรมการแต่ละท่านทราบกำหนดการดังกล่าว การประชุม แต่ละครั้งใช้เวลา 1 - 3 ชั่วโมง โดยกรรมการทุกคนมีโอกาส อภิปรายและแสดงความเห็นอย่างเปิดเผย
    2. ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท กำหนดให้มี การส่งหนังสือนัดประชุมซึ่งระบุถึงวาระการประชุมอย่างชัดเจน รวมทั้งเอกสารประกอบการประชุมให้แก่คณะกรรมการล่วงหน้า ก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน หรืออย่างน้อย 5 วันทำการ ยกเว้นกรณีเร่งด่วน เพื่อให้มีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาพิจารณา และตัดสินใจอย่างถูกต้องในเรื่องต่างๆ
    3. การประชุมคณะกรรมการแต่ละครั้งต้องมีกรรมการ เข้าร่วมครบองค์ประชุมตามข้อบังคับของบริษัทฯ โดยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานกรรมการ ให้รองประธานกรรมการ เป็นประธาน ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการ หรือมีแต่ไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการ คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก
    4. ประธานกรรมการเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการจัด เรื่องที่จะเข้าวาระการประชุม โดยปรึกษาหารือกับฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ฝ่ายบริหารจะพิจารณาคำขอบรรจุวาระที่สำคัญของ กรรมการบางท่านเป็นวาระการพิจารณาในการประชุม
    5. ประธานกรรมการมีหน้าที่จัดสรรเวลาให้อย่างเพียงพอ ที่ฝ่ายบริหารจะเสนอเอกสารข้อมูล เพื่อการอภิปราย และเพียงพอ สำหรับคณะกรรมการที่จะอภิปรายในประเด็นที่สำคัญ
    6. ในการประชุม ประธานกรรมการเป็นผู้กล่าวสรุป ประเด็นสำคัญของวาระการประชุมเพื่อการพิจารณาของกรรมการ พร้อมทั้งสนับสนุนและเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละ ท่านแสดงความคิดเห็น เพื่อประมวลความคิดเห็นและสรุปเป็นมติที่ประชุม
    7. ในการพิจารณาระเบียบวาระต่างๆ กรรมการซึ่งมีส่วน ได้เสียในเรื่องที่จะพิจารณาจะงดออกเสียงและต้องไม่อยู่ในที่ประชุมในวาระดังกล่าว
    8. กรรมการสามารถเข้าถึงและขอสารสนเทศ คำปรึกษา และบริการต่างๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ จากฝ่ายบริหาร และสามารถขอความเห็นที่เป็นอิสระจากที่ปรึกษา ภายนอกได้
    9. ในการประชุมแต่ละครั้งมีการจดบันทึกการประชุม เป็นลายลักษณ์อักษรและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท พิจารณาร่างรายงานการประชุมดังกล่าวก่อนทำการรับรอง ความถูกต้องของเอกสารในการประชุมครั้งถัดไป โดยประธาน กรรมการบริษัทและเลขานุการบริษัท สำหรับเอกสารที่จัดเก็บ จะมีทั้งบันทึกการประชุมซึ่งจัดเก็บในรูปแบบแฟ้มข้อมูลที่เป็นต้นฉบับและแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงเอกสารที่ประกอบวาระ การประชุมด้วย เพื่อความสะดวกสำหรับกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถตรวจสอบอ้างอิงได้ ในรอบบัญชีปี 2560 คณะกรรมการ บริษัทมีการประชุมจำนวน 4 ครั้ง ในการประชุมแต่ละครั้งมี รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน ผู้บริหารสายงาน ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ รวมถึงสายงานตรวจสอบภายในเข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าของธุรกิจ ทั้งนี้ คณะกรรมการ บริษัทได้มีการประชุมร่วมกันเฉพาะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2560 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ในวาระที่ 7 คณะกรรมการบริษัท กรรมการ ที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกรรมการอิสระ ได้มีการประชุมร่วมกัน โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมด้วย เพื่ออภิปรายปัญหาทั่วไปเกี่ยวกับ การจัดการและการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ
    10. องค์ประชุมขั้นต่ำขณะที่คณะกรรมการบริษัทจะลงมติ บริษัทฯ กำหนดนโยบายว่าในขณะที่คณะกรรมการบริษัท จะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ต้องมีกรรมการอยู่ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

    การวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ และการนำไป ปฏิบัติในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกปี
    คณะกรรมการจะร่วมกันพิจารณาแผนงานกลยุทธ์ประจำปีล่วงหน้า 5 ปี โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ได้ร่วมกันพิจารณาวางแผนกลยุทธ์ 5 ปี ประจำปี 2561 - 2565 และแผนการปฏิบัติงานในปี 2561 คณะกรรมการจะมีการติดตาม ผลการปฏิบัติงานให้มีความสอดคล้องตามแผนงานของฝ่ายจัดการที่วางไว้ โดยฝ่ายจัดการจะรายงานผลการปฏิบัติงานให้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารรับทราบเป็นรายเดือน และรายงาน ต่อคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นรายไตรมาส

    ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท

    1. คณะกรรมการบริษัทได้รับค่าตอบแทนตามความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย
    2. คณะกรรมการได้จัดให้มีรายงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนกรรมการเป็นรายบุคคลและค่าตอบแทนรวมของผู้บริหารไว้ ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    3. ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทอนุมัติโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยการเสนอจากคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

  2. คณะอนุกรรมการ

    คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท โดยมีทั้งหมด 5 คณะ ได้แก่

    1. คณะกรรมการบริหาร
    2. คณะกรรมการตรวจสอบ
    3. คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา
    4. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
    5. คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล

    รายละเอียดของคณะอนุกรรมการแต่ละชุดมีดังต่อไปนี้

    1. คณะกรรมการบริหาร

      องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร

      • กรรมการบริหารประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านการบริหารจัดการ
      • ประธานคณะกรรมการบริหารจะต้องมาจาก คณะกรรมการบริษัทเท่านั้น

      การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร

      คณะกรรมการบริหารของบริษัทฯ แต่งตั้งโดยที่ประชุม คณะกรรมการบริษัท

      บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ บริหาร

      พิจารณาและกำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจบริหารต่างๆ ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ร่วมกับฝ่ายบริหารระดับสูงเพื่อเสนอ คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบ รวมทั้งกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่กำหนดให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ ได้รับอนุมัติ อนุมัติการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในเรื่องต่างๆ ตามขอบเขตอำนาจที่ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการบริษัท กลั่นกรองในเรื่องที่ฝ่ายบริหารระดับสูงเสนอให้พิจารณาในส่วนที่นอกเหนือจากอำนาจของคณะกรรมการ บริหาร เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทอีกขั้นหนึ่ง

      ทั้งนี้ การอนุมัติรายการจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการอนุมัติที่ทำให้คณะกรรมการบริหารหรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริหารสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่ อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใด (ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด) กับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติไว้

      ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหาร

      คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา จะเป็นผู้พิจารณาค่าตอบแทนในเบื้องต้น แล้วนำข้อมูลที่ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา ก่อนนำเสนอต่อ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ

    2. คณะกรรมการตรวจสอบ

      คณะกรรมการบริษัทยึดมั่นในความสำคัญของระบบ การกำกับดูแลกิจการที่ดี ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสตามครรลองของกฎหมายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งต่อผู้ถือหุ้น คู่ค้า และ ลูกค้าของบริษัทฯ คณะกรรมการตรวจสอบจึงเป็นคณะกรรมการที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลองค์กรที่ดี เพื่อสร้างความ มั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายว่าการดำเนินการขององค์กร เป็นไปตามจรรยาบรรณที่พึงปฏิบัติ คงไว้ซึ่งระบบการควบคุม ภายในที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสเป็นธรรม โดยปราศจาก การขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนด กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบขึ้น ดังนี้

      คุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจสอบ

      1. คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องแสดงความเห็น หรือรายงานได้อย่างเป็นอิสระตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือตำแหน่งหน้าที่และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดๆ และไม่มีสถานการณ์ใดๆ ที่ทำให้ไม่สามารถแสดงความเห็น ตามที่พึงจะเป็น
      2. มีความซื่อสัตย์สุจริต
      3. เป็นผู้ที่มีความเชื่อถือ ไว้วางใจ เป็นที่ยอมรับ โดยทั่วไป
      4. มีความเข้าใจหลักการบริหารที่ดี มีวิจารณญาณ และทักษะในการตัดสินใจ สามารถวิเคราะห์ปัญหา ตั้งคำถาม ตรงประเด็น รวมทั้งตีความและประเมินผลของคำตอบที่ได้รับ อย่างเหมาะสม
      5. มีมนุษยสัมพันธ์ดี
      6. มีความคิดสร้างสรรค์ แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ ในการหารือ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
      7. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิ ออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยให้นับรวมหุ้นที่ถือโดย ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรรมการตรวจสอบรายนั้นๆ ด้วย
      8. ไม่เป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัท ย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุม ของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและก่อนเป็นกรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2 ปี
      9. ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการ จดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดา มารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะ ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
      10. ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัท ใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวาง การใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นผู้ถือหุ้น ที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและก่อนเป็น กรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2 ปี ดังนี้
        10.1 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชีต้นสังกัด
        10.2 ไม่เป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพอื่นๆ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน ที่มีมูลค่าการให้บริการทางวิชาชีพอื่นเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปี แก่บริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือ หุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ให้บริการวิชาชีพอื่นๆ
        10.3 ไม่ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือมีส่วนได้ส่วนเสีย จากการทำธุรกรรมทางการค้าหรือ ธุรกิจ ได้แก่ รายการที่เป็นธุรกิจปกติ รายการเช่าหรือให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือ รายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 20 ล้านบาท หรือตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ แล้วแต่ จำนวนใดจะต่ำกว่า โดยให้นับรวมมูลค่ารายการในระหว่าง 1 ปี ก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
      11. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทน ของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็น ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
      12. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและ เป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ทั้งนี้ให้รวมถึงการไม่เป็นกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร ลูกจ้าง พนักงาน หรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและ เป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
      13. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็น อย่างเป็นอิสระได้

      องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

      1. คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการ ของบริษัทฯ ที่เป็นอิสระอย่างน้อย 3 คนซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยกรรมการ ตรวจสอบอย่างน้อย 1 คนต้องเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจหรือประสบการณ์ด้านบัญชีหรือการเงิน โดยกรรมการตรวจสอบ ของบริษัทฯ ผู้มีคุณสมบัติ ดังกล่าวคือ นายชายน้อย เผื่อนโกสุม(ดูรายละเอียดคุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ “คณะกรรมการบริษัทและคณะผู้บริหาร”) คณะกรรมการตรวจสอบทำการเลือกกรรมการตรวจสอบคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการตรวจสอบ และให้หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ ภายในเป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบโดยตำแหน่งในกรณีที่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในว่างลงให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมเป็นผู้รักษาการแทน

      การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

      คณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้ง กรรมการตรวจสอบ โดยแต่งตั้งจากกรรมการอิสระของบริษัทฯ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ ประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนรวมถึงข้อบังคับ และ/หรือระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยกำหนด ว่าด้วยคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่านต้องเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจหรือมีประสบการณ์ด้านบัญชี และมีความรู้ต่อเนื่องเกี่ยวกับเหตุที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง ของรายงานทางการเงินเพียงพอที่จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือ ของงบการเงินของบริษัทฯ กรรมการตรวจสอบ แต่ละท่านมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี โดยครบรอบ ออกตามวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

      ระบบการควบคุมภายใน

      บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อระบบควบคุมภายในและ การตรวจสอบภายใน จึงจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่ใน การสอบทานระบบงานและเรื่องสำคัญต่างๆ ที่ผู้บริหารให้ความ สนใจตามที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังตระหนักถึง ความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีอันเป็นปัจจัยหลักใน การเสริมสร้างให้องค์กรมีระบบที่มีประสิทธิภาพ มีความ น่าเชื่อถือ โปร่งใสอันเป็นพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้น การปฏิบัติของหน่วยงานตรวจสอบภายในจึงเป็นไปในทิศทางของการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะแนวทางแก้ไขและ ติดตามผล เพื่อปรับปรุงระบบงานให้สามารถดำเนินไปสู่เป้าหมายขององค์กร และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

      บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ตรวจสอบ

      คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ มีบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

      1. สอบทานให้บริษัทฯ มีการรายงานทางการเงินอย่าง ถูกต้องและเพียงพอ
      2. สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในและ ระบบการตรวจสอบภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลและพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งโยกย้าย เลิกจ้าง หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในหรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
      3. สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการบริหารความเสี่ยง ที่ดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
      4. สอบทานให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
      5. พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้ง และเลิกจ้างบุคคล ซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุม กับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
      6. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมี ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารายการ ดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ
      7. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดย เปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าว ต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
        • 7.1 ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่ เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัทฯ
        • 7.2 ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบ ควบคุมภายในของบริษัทฯ
        • 7.3 ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
        • 7.4 ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
        • 7.5 ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์
        • 7.6 จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
        • 7.7 ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการ ตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร
        • 7.8 รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป ควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
      8. ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการบริษัท ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
      9. ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่ คณะกรรมการตรวจสอบเห็นเหมาะสม

      การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ

      คณะกรรมการตรวจสอบควรจัดให้มีการประชุมอย่าง สม่ำเสมอเพื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ ตามหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

      1. คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องมีการประชุมเป็น ประจำทุกไตรมาสอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง และมีอำนาจในการเรียกประชุมเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น
      2. องค์ประชุมประกอบด้วยกรรมการตรวจสอบไม่น้อย กว่า 2 ใน 3 กรรมการตรวจสอบทุกคนควรเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง หากไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้ อาจใช้ประชุม ทางไกลผ่านทางโทรศัพท์ หรือจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพมายังที่ประชุมก็ได้
      3. กรณีที่ประธานกรรมการตรวจสอบไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการตรวจสอบซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการตรวจสอบคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานใน ที่ประชุม
      4. กรรมการตรวจสอบคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการตรวจสอบซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติในเรื่องนั้นๆ
      5. การวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องที่ประชุมคณะกรรมการ ตรวจสอบ ให้ถือเสียงข้างมากเป็นสำคัญ โดยประธานในที่ประชุมไม่มีสิทธิออกเสียงชี้ขาด เว้นแต่คะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
      6. คณะกรรมการตรวจสอบมีสิทธิในการขอข้อมูลและ ข้อเท็จจริง โดยอาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้ตรวจสอบภายในผู้สอบบัญชี หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในเรื่องที่กำหนดได้และในกรณีสำคัญและจำเป็น คณะกรรมการตรวจสอบอาจเชิญผู้เชี่ยวชาญอิสระและ/หรือผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการตรวจสอบก็ได้
      7. การประชุมเป็นการเฉพาะกับฝ่ายบริหาร หรือ ผู้ตรวจสอบภายใน หรือผู้สอบบัญชี จะต้องจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
      8. วาระการประชุมและเอกสารการประชุมจะต้อง จัดทำขึ้นและนำเสนอก่อนการประชุมอย่างน้อย 7 วัน และให้เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้บันทึกรายงาน การประชุม

      วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการตรวจสอบ
      กรรมการตรวจสอบมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันแต่งตั้งหรือตามวาระการเป็นกรรมการ 93 ในบริษัทฯ และอาจได้รับการแต่งตั้งให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งได้อีกแต่มิใช่โดยการต่อวาระโดยอัตโนมัติ

      การพ้นตำแหน่ง

      1. กรรมการตรวจสอบจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อพ้นสภาพ การเป็นกรรมการบริษัท ครบวาระ ลาออก หรือถูกถอดถอน หรือขาดคุณสมบัติในการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการ ตรวจสอบ
      2. ในกรณีกรรมการตรวจสอบประสงค์จะลาออกก่อน ครบวาระ กรรมการตรวจสอบควรแจ้งต่อคณะกรรมการบริษัทล่วงหน้า 1 เดือนพร้อมเหตุผล เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้ พิจารณาแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรทดแทนกรรมการตรวจสอบที่ลาออก

      ค่าตอบแทนคณะกรรมการตรวจสอบ

      คณะกรรมการตรวจสอบจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม กับหน้าที่และความรับผิดชอบโดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และต้องเปิดเผยค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ด้วย

  3. คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

    การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

    คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้สรรหาและแต่งตั้ง คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

    บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ พิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

    1. กำหนดหลักเกณฑ์และนโยบายในการสรรหา กรรมการและกรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ
    2. พิจารณาสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ ในกรณีที่มีตำแหน่งว่างลง เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ และ/หรือเสนอขออนุมัติ ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี
    3. พิจารณาสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งตั้งเเต่ระดับกรรมการผู้จัดการขึ้นไปในกรณีที่มีตำแหน่งว่างลง
    4. พิจารณาเสนอรายชื่อกรรมการที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมเป็นกรรมการชุดย่อย เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อแต่งตั้งเมื่อมีตำแหน่งว่างลง
    5. พิจารณาเสนอแนะกำหนดค่าตอบแทนและ ผลประโยชน์อื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสม ทั้งที่เป็นตัวเงินและ มิใช่ตัวเงิน เพื่อจูงใจและรักษาคณะกรรมการ คณะกรรมการ ชุดย่อยเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ
    6. จัดทำหลักเกณฑ์และนโยบายในการกำหนด ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ และ/หรือเสนอ ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติตามแต่กรณี โดยมีหลักเกณฑ์การ พิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทฯ ขอบเขตหน้าที่ความ รับผิดชอบของคณะกรรมการแต่ละชุด ประสบการณ์ ความรู้ และความรับผิดชอบของกรรมการ โดยเปรียบเทียบกับบริษัท อื่นในธุรกิจเดียวกัน
    7. ประเมินผลงานประจำปี พิจารณากำหนด ค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสม ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน เพื่อตอบแทนและจูงใจ ผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการขึ้นไป โดยพิจารณาจากการประเมินผลงาน ความทุ่มเท และ ผลประกอบการของบริษัทฯ
    8. ให้คำชี้แจง ตอบคำถามเกี่ยวกับค่าตอบแทนของ กรรมการในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
    9. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัท มอบหมาย และด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณา ค่าตอบแทนและสรรหา

    ค่าตอบแทนคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา

    คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนของ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา พร้อมนำเสนอ ให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

  4. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

    การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
    แต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท

    บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ บริหารความเสี่ยง

    1. กำหนดยุทธศาสตร์และนโยบาย ตลอดจนถึงการ วางเป้าหมายของการบริหารความเสี่ยงของทั้งองค์กร เพื่อ เป็นแนวทางให้ฝ่ายบริหารได้มีการบริหารความเสี่ยงอย่างมี ประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
    2. กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงโดยรวม (Integrated Risk Management) ให้ครอบคลุมความเสี่ยงหลักของธุรกิจ
    3. วางระบบการบริหารความเสี่ยง เพื่อป้องกันหรือ ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างถาวร รวมถึงจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงเป็นประจำ
    4. จัดทำและอนุมัติแผนการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยประเมินปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จัดทำแผนจัดการความเสี่ยงในทุกระดับจาก การระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารและพนักงานจากหน่วยต่างๆ
    5. พัฒนาระบบจัดการความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ และติดตามให้บริษัทฯ มีการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
    6. ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงและบริหารความเสี่ยงที่อาจ ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย รวมทั้งผลักดันให้มีการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับขององค์กร และ ปลูกฝังให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กร
    7. ติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติตามแผนจัดการ ความเสี่ยงของบริษัทฯ ให้คำปรึกษา แนะนำในการดำเนินการบริหารความเสี่ยง
    8. สื่อสารกับคณะกรรมการตรวจสอบถึงความเสี่ยงที่ สำคัญที่มีผลต่อการควบคุมภายใน รายงานต่อคณะกรรมการบริษัททราบถึงความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยง
  5. คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล

    การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล
    คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล

    บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ กำกับดูแลบรรษัทภิบาล

    1. พิจารณา ทบทวน นำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ในเรื่องนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ นโยบายและแนวปฏิบัติในการดำเนินการบริหารจัดการ ความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการดำเนินงานด้านการดูแลผู้มีส่วนได้เสีย ทุกฝ่าย สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และนโยบายหรือ แนวปฏิบัติอื่นใดที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท ตาม แนวทางของธรรมาภิบาล ให้เหมาะสมกับธุรกิจของบริษัทฯ
    2. กำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการให้นำแนวทาง ในข้อ 1 ไปใช้พัฒนาบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเปรียบเทียบกับ แนวปฏิบัติของสากลปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับ ดูแลกิจการที่ดีของสถาบันกำกับฯ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์
    3. ทำการเปิดเผยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและ แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้องสู่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ได้แก่ บริษัท ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม
    4. ให้คำปรึกษาแก่คณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อม ในการเข้ารับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดย หน่วยงานกลางภายนอกองค์กร
    5. ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่คณะทำงานเพื่อ วางกรอบแนวทางการกำกับดูแลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ การต่อต้านการทุจริตของบริษัทฯ
    6. คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลมีอำนาจ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุม หรือให้ชี้แจง ในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้
    7. ทบทวนและปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการกำกับ ดูแลบรรษัทภิบาล และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ
    8. งานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหาร ระดับสูงสุด

กรรมการ

แนวทางการพิจารณากลั่นกรองผู้ได้รับเสนอชื่อเป็น กรรมการ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา กำหนดแนวทางที่จะใช้ในการพิจารณา โดยควรคำนึงถึง องค์ประกอบดังนี้

  1. คุณลักษณะที่ต้องการในกรรมการแต่ละคน : คณะกรรมการสรรหาควรพิจารณาและกำหนด คุณลักษณะเฉพาะบุคคลของผู้ที่จะคัดเลือกเพื่อเสนอชื่อเป็น กรรมการในด้านต่างๆ เช่น ความมีคุณธรรมและความรับผิดชอบ การตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล ความมีวุฒิภาวะและความมั่นคง เป็นผู้รับฟังที่ดีและกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและ เป็นอิสระ ยึดมั่นในการทำงานอย่างมีหลักการและมาตรฐาน อย่างมืออาชีพ และคุณลักษณะอื่นๆ ที่คณะกรรมการสรรหา เห็นว่ามีความสำคัญ
  2. ความรู้ความชำนาญที่ต้องการให้มีในคณะ กรรมการ : คณะกรรมการสรรหาควรพิจารณากำหนด องค์ประกอบของความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านที่จำเป็นต้องมี ในคณะกรรมการ เพื่อให้คณะกรรมการสามารถกำหนดกลยุทธ์ และนโยบาย รวมทั้งกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายได้ อย่างมีประสิทธิผล
  3. ความหลากหลายของกรรมการ : คณะกรรมการสรรหาอาจพิจารณาถึงแนวทาง เกี่ยวกับความหลากหลายของคุณสมบัติอื่นๆ ของกรรมการทั้ง คณะ เช่น อายุ ความรู้ ความชำนาญ ทักษะ ประสบการณ์ทั้ง 95 ทางด้าน Hard Skill และ Soft Skill (Board Skill Matrix) เพื่อกำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่ต้องการสรรหา โดยพิจารณา จากทักษะจำเป็นที่ยังขาดอยู่ในคณะกรรมการและกลยุทธ์ใน การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหา ใช้ข้อมูลความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการ ประกอบการพิจารณาสรรหากรรมการแทนกรรมการที่จะครบ กำหนดออกจากตำแหน่งตามวาระ โดยจัดหมวดหมู่ออกเป็น 3 หมวด ได้แก่

    3.1 ความรู้ ความชำนาญ หรือประสบการณ์ใน การบริหารจัดการเชิงมหภาค (Macro-management)

    แบ่งออกเป็นด้านต่างๆ เช่น ด้านธุรกิจหรืออุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ด้านการบริหาร การจัดการองค์กร การบริหารทรัพยากรมนุษย์ในภาครัฐหรือภาคเอกชน ด้าน เศรษฐกิจ การลงทุน รวมถึงการกำหนดนโยบายและวางแผน กลยุทธ์ ด้านการตลาดหรือการประชาสัมพันธ์ ด้านการ ต่างประเทศ และด้านการบริหารความเสี่ยง

    3.2 ความรู้ ประสบการณ์ หรือความชำนาญ เฉพาะด้าน (Specific knowledge, experience or expertise)

    แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ราชการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ 2) ด้านบัญชีและ การเงิน โดยต้องมีความรู้ความเข้าใจในงบการเงิน มาตรฐาน บัญชี หรือเป็น/เคยเป็นกรรมการตรวจสอบของบริษัท จดทะเบียน และ 3) ด้านคมนาคม ด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านวิศวกรรม ทำให้มีมิติแห่งความหลากหลาย สนับสนุนให้คณะกรรมการทั้งคณะมีความครบถ้วน สมบูรณ์ มีประสิทธิภาพ ที่เอื้อประโยชน์ให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

    3.3 ความรู้ ความชำนาญ หรือประสบการณ์ ด้านบรรษัทภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance)

    แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการกำกับดูแลกิจการ ภายในองค์กร รวมถึงการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ เกี่ยวข้อง และ 2) ด้านการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ

ผู้บริหารระดับสูงสุด
การสรรหาผู้บริหารระดับสูงสุด (การสืบทอดตำแหน่ง ผู้บริหารระดับสูง)
คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่คัดเลือกและเสนอชื่อ บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ กรรมการ กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ และผู้ บริหารระดับสูงในตำแหน่งประธานอำนวยการ โดยบริษัทฯ มีแผนการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งงาน บริหารระดับสูงที่สำคัญไว้ทุกตำแหน่งให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้ผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพ และบริหารงานได้โดยอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือ ผู้ถือหุ้นรายอื่นใด ทั้งนี้ กระบวนการสรรหาพิจารณาคัดเลือกผู้ที่ มีความเหมาะสมด้านวัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์ ที่มีความรู้ ความสามารถ ศักยภาพ เพื่อสร้างความพร้อมให้ทุกคนมีโอกาส เติบโต ก้าวหน้าขึ้นสู่ระดับผู้บริหารในอนาคตได้ โดยผ่านขั้นตอน การประเมินที่มีศักยภาพสูง ซึ่งทุกคนจะได้รับการพัฒนาตาม แผนที่วางไว้เป็นรายบุคคล มีการมอบหมายงานที่ท้าทาย รวมทั้งหมุนเวียนงานเพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำและความ รอบรู้ในงาน ซึ่งการเตรียมบุคลากรของกลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการ กับพนักงานทุกระดับให้มีความพร้อมในการทดแทนเมื่อ ตำแหน่งงานว่างลง รวมถึงการดำเนินงานสานต่ออย่างทันท่วงที

บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีแผนการสืบทอดตำแหน่ง ผู้บริหารในระดับต่างๆ โดยเฉพาะผู้บริหารและตำแหน่งใน สายงานหลัก ซึ่งเน้นการสรรหาจากบุคลากรภายในองค์กร โดยแต่ละปีจะกำหนดให้มีการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งตาม หลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีผลการปฏิบัติงานดี และมีศักยภาพให้เติบโตในตำแหน่งที่สูงขึ้นตามลำดับขั้นของ พนักงาน ทั้งผู้บริหารระดับกลางและพนักงาน โดยคณะกรรมการ พิจารณาประกอบด้วยประธานอำนวยการและผู้บริหารระดับ ผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป หรือผู้บริหารระดับกลางเป็นผู้พิจารณา ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน กำหนดแนวทางเกี่ยวกับ ความหลากหลายของคุณสมบัติอื่นๆ ของผู้บริหาร (Skill Matrix) เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้บริหารที่ต้องการสรรหา โดยพิจารณาจากทักษะจำเป็นที่ยังขาดอยู่ในคณะผู้บริหารและ กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

เลขานุการบริษัท
บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของเลขานุการ บริษัท

  1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบ อื่นที่เกี่ยวข้อง
  2. จัดการและประสานงานการประชุมคณะกรรมการ บริษัท การประชุมคณะอนุกรรมการ และการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งดูแลและประสานงานให้มีการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติคณะกรรมการบริษัท/ผู้ถือหุ้น ตลอดจนข้อกำหนดทางด้านกฎหมายและกฎระเบียบอื่นที่ เกี่ยวข้อง
  3. จัดทำและเก็บรักษาเอกสารต่างๆ ของบริษัทฯ ได้แก่ ทะเบียนกรรมการ หนังสือนัดประชุม รายงานการประชุม 96 คณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น รายงานประจำปีของบริษัทฯ เป็นต้น
  4. เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดย กรรมการผู้บริหารของบริษัทฯ รวมทั้งจัดส่งสำเนารายงาน ดังกล่าวให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ ภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับรายงานนั้น
  5. ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนด

นโยบายและวิธีปฏิบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการ ในบริษัทอื่น
การไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธาน อำนวยการ จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และ การดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวต้องไม่มีความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์กับธุรกิจของบริษัทฯ

การพัฒนา การปฐมนิเทศกรรมการและผู้บริหาร
การพัฒนาความรู้
บริษัทฯ สนับสนุนการเข้าร่วมอบรมหรือสัมมนาต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และ พนักงาน เช่น การเข้าร่วมการสัมมนาอบรมกับสมาคมส่งเสริม สถาบันกรรมการบริษัทไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การปฐมนิเทศกรรมการและผู้บริหาร
บริษัทฯ จัดให้มีการปฐมนิเทศเบื้องต้นสำหรับกรรมการ ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ เพื่อให้กรรมการใหม่ได้รับทราบนโยบาย ลักษณะการดำเนินธุรกิจ ประวัติและความเป็นมาของบริษัทฯ ที่ตั้งสำนักงานและสาขา วัฒนธรรมองค์กร พร้อมรับคำชี้แจง จากประธานอำนวยการและเลขานุการบริษัทเกี่ยวกับโครงสร้าง องค์กร นโยบายการกำกับดูแลกิจการ ระบบการควบคุม ภายใน พร้อมเอกสารประกอบ คณะกรรมการบริษัทสนับสนุน และส่งเสริมการพัฒนาความรู้ให้กับกรรมการทุกคน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการเข้าร่วมสัมมนาและเข้าร่วมอบรมอย่างต่อเนื่อง หลักสูตรต่างๆ ของสมาคมส่งเสริมสถาบัน กรรมการบริษัทไทย (IOD) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือสถาบันอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในส่วนของหน้าที่และ ความรับผิดชอบของกรรมการ หรือแนวทางการบริหารจัดการแนวใหม่ เพื่อให้กรรมการทุกคนมีการพัฒนาและปรับปรุงการ ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2560 ได้สนับสนุนกรรมการ/ ผู้บริหารเข้าร่วมอบรมดังนี้

กรรมการ / ผู้บริหาร / เลขานุการบริษัท ตำแหน่ง หลักสูตรการอบรม ปี 2560
1. นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล กรรมการบริหารความเสี่ยง / รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน
  • TLCA Leadership Development Program (LDP) รุ่นที่ 5 สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
2. นางสาวปรัศนีย์ สุระเสถียร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการลงทุน
  • สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD):
    - Company Secretary Program (CSP 79/2560)
    - Board Reporting Program (BRP 23/2017)
    - Company Reporting Program (CRP 18/2017)
    - Effective Minute Taking (EMT 38/2017)
  • Communicating globally with credibility and confidence, สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
  • How successful leaders get even better by Dr. Marshall Goldsmith

การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและ บริษัทร่วม บริษัทฯ มีการส่งบุคคลเพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทฯ ไปเป็นกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทย่อยและ บริษัทร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อกำกับดูแลการดำเนินงาน ของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม (ดูรายละเอียดกรรมการ ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของบริษัทฯ เพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ “ข้อมูลการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท ย่อยบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)” และหัวข้อ “คณะกรรมการบริษัทและคณะผู้บริหาร”) ทั้งนี้ กรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ สามารถเข้าดำรง ตำแหน่งกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทย่อย และบริษัทร่วมได้ โดยต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะต้อง ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทด้วย

บุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมดังกล่าวมีหน้าที่ ดำเนินการเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมนั้น นอกจากนี้ ในการลงมติหรือใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องสำคัญ ของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับที่ต้องได้รับ อนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท หากเป็นการดำเนินการ โดยบริษัทฯเอง บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นต้องได้รับอนุมัติ จากคณะกรรมการบริษัทก่อนที่จะไปลงมติหรือใช้สิทธิในเรื่อง สำคัญนั้นๆ

ในกรณีเป็นบริษัทย่อย บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทฯ ดังกล่าวต้องดูแลให้บริษัทย่อยมีการจัดเก็บข้อมูลและการ บันทึกบัญชีให้บริษัทฯ สามารถตรวจสอบและรวบรวมมาจัดทำงบการเงินรวมได้ทันกำหนด รวมทั้งต้องดูแลให้บริษัทย่อย มีข้อบังคับในการทำรายการเกี่ยวโยงกันที่สอดคล้องกับบริษัทฯ

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำกับและดูแลการใช้ ข้อมูลภายในให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดมั่นในหลักจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อ ให้มั่นใจว่านักลงทุนในหลักทรัพย์บริษัทฯ ได้รับการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่ว่าด้วยเรื่องการใช้ข้อมูลภายในของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ถูกต้อง ทันที เท่าเทียม และเพียงพอ บริษัทฯ จึงได้กำหนดระเบียบการกำกับดูแลการ ใช้ข้อมูลภายในและระเบียบการซื้อขายหลักทรัพย์ของกรรมการผู้บริหาร และพนักงาน ให้สอดคล้องกับกฎหมายเกี่ยวกับ หลักทรัพย์ เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ อันมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

  1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับต้องไม่ใช้ ข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่มีสาระสำคัญต่อการ เปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อ สาธารณชนหรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ อันนำมาซึ่ง ผลประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น
  2. กรรมการ ผู้บริหารต้องงดการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วงเวลา 30 วันก่อนการเผยแพร่งบการเงิน แก่สาธารณชนและหลังจากเปิดเผยงบการเงินนั้นแล้ว อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  3. กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่รายงานการถือครอง หลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  4. บริษัทฯ มีกฎระเบียบการรักษาความปลอดภัยทางด้าน ระบบคอมพิวเตอร์และการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญถูกเปิดเผย ซึ่งผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในต้องไม่ เปิดเผยข้อมูลจนกว่าจะได้มีการแจ้งข้อมูลนั้นให้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

กรณีที่กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานนำข้อมูลภายใน ของบริษัทฯ ไปใช้ในทางมิชอบ บริษัทฯ มีมาตรการลงโทษอย่าง เข้มงวดและเคร่งครัด หากมีการกระทำการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติ ดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ ถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจถูกลงโทษทางวินัยและตามที่กฎหมายกำหนด

การควบคุมภายใน

คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ในการสอบทาน ผลการประเมินการควบคุมภายในของบริษัทฯ ให้ข้อเสนอแนะ ต่อฝ่ายจัดการ เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงระบบการควบคุม ภายในให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ แนะนำให้มีการจัดทำ คู่มือปฏิบัติงานของทุกฝ่ายงานให้เป็นมาตรฐานเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน รวมทั้งสอบทานเพื่อให้ความมั่นใจว่าระบบบัญชีและรายงานทาง การเงินมีความถูกต้องเชื่อถือได้ มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส ได้ให้ความสำคัญต่อการรายงานระบบการควบคุม ภายในอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดวาระหลักให้คณะกรรมการ ตรวจสอบให้ความเห็นต่อการควบคุมภายใน

ในแต่ละปีคณะกรรมการตรวจสอบจะร่วมประชุมกับ ผู้สอบบัญชีอิสระของบริษัทฯ และผู้ตรวจสอบภายในเป็นประจำ ทุกไตรมาส เพื่อติดตามและสอบถามถึงระบบการควบคุม ภายในของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการ ตรวจสอบมีความเห็นตรงกันว่าระบบการควบคุมภายใน ณ ปัจจุบันของบริษัทฯ และบริษัทในเครืออยู่ในระดับที่เพียงพอ และมีความเหมาะสม

นโยบายความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการ เกี่ยวกับความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับองค์กรธุรกิจและในระดับบุคลากรของบริษัทฯ อย่างรอบคอบ เป็นธรรม และโปร่งใส รวมทั้งกำหนดนโยบายและ แนวทางปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับรายการผลประโยชน์ที่ขัดแย้ง และ กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลในเรื่องดังกล่าวอย่างครบถ้วน ในกรณีที่มีวาระที่กรรมการบริษัท รวมทั้งผู้บริหารคนหนึ่งคนใด มีส่วนได้ส่วนเสียในวาระ กรรมการบริษัท/ผู้บริหารจะไม่เข้าร่วม ประชุม หรืองดออกเสียงในวาระนั้นๆ

นโยบายความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ของบริษัทฯ

(1) พนักงานต้องหลีกเลี่ยงการขัดแย้งระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ของบริษัทฯ ในการติดต่อกับคู่ค้าและบุคคลอื่นใด
(2) การที่พนักงานไปเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษา ในบริษัทองค์กร หรือสมาคมทางธุรกิจอื่น จะต้องไม่ขัดต่อ ประโยชน์และการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง
(3) ไม่เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจตัดสินใจ หรือผู้บริหารในกิจการที่เป็นการแข่งขันหรือมีลักษณะเดียวกัน กับบริษัทฯ แต่ในกรณีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ให้รายงานผู้บังคับ บัญชาทราบโดยทันที
(4) ระหว่างที่ปฏิบัติงานให้บริษัทฯ และหลังจากพ้น สภาพการปฏิบัติงานแล้ว พนักงานจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่ ถือว่าเป็นความลับของบริษัทฯ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการปฏิบัติ งาน ข้อมูลธุรกิจแผนงานในอนาคตของบริษัทฯ และอื่นๆ
(5) ในกรณีที่พนักงานหรือบุคคลในครอบครัวเข้าไป มีส่วนร่วมหรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใดๆ ซึ่งอาจมีผลประโยชน์ หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางธุรกิจต่อบริษัทฯ จะต้องแจ้งให้ ผู้บังคับบัญชาทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
(6) พนักงานจะต้องไม่กู้ยืมเงินจากคู่ค้าที่บริษัทฯ ดำเนิน ธุรกิจด้วย ยกเว้นสถาบันการเงิน เนื่องจากอาจมีอิทธิพลต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนบริษัทฯ
(7) หลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทฯ หรือก่อภาระ ผูกพันทางการเงินในรูปแบบใดๆ กับผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจกับ บริษัทฯ หรือพนักงานของบริษัทฯ เอง
(8) ห้ามพนักงานจ่ายเงินหรือทรัพย์สินของบริษัทฯ แก่ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
(9) กรณีพนักงานมีความจำเป็นต้องทำงานอื่นเพื่อเพิ่มพูนรายได้หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเวลาทำงาน ทั้งนี้ จะต้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและ ศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ ไม่ประกอบกิจการที่เป็นการแข่งขันหรือมีลักษณะ เดียวกันกับบริษัทฯ ไม่มีผลเสียต่อชื่อเสียงหรือกิจการของบริษัทฯ ไม่นำความลับของบริษัทฯ ไปใช้ ไม่กระทบกระเทือน ต่องานในหน้าที่ของตน

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ บริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด (ทั้งคณะและ รายบุคคล)

คณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบแบบประเมินผล คณะกรรมการบริษัททั้งคณะ เพื่อใช้ในการประเมินผลตนเอง ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย (ทั้งคณะ และรายบุคคล) โดยกำหนดให้มีการจัดทำแบบประเมินผล การปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งจัดทำสรุปผล การประเมินกรรมการบริษัท รวมถึงการประเมินผลตนเองของ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการ พิจารณาค่าตอบแทนและสรรหาด้วย เพื่อใช้เป็นกรอบในการ ตรวจสอบและแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานในหน้าที่

กระบวนการในการประเมินผลงานคณะกรรมการ บริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย (ทั้งคณะและราย บุคคล)

ในทุกสิ้นปี ส่วนงานเลขานุการบริษัทและส่วนงาน เลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการกำกับ ดูแลบรรษัทภิบาล จะจัดส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการบริษัทและ คณะกรรมการชุดย่อย เพื่อประเมินผลงาน ประจำปี ซึ่งภายหลังจากที่คณะกรรมการแต่ละคนประเมินผลงาน เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานกลับมายัง ส่วนงานเลขานุการบริษัทและเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย แต่ละคณะ เพื่อรวบรวมผลประเมินของกรรมการแต่ละคนและ สรุปผลการประเมินของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการ ชุดย่อยในรอบปี และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทและ/หรือ คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะรับทราบต่อไป

หลักเกณฑ์การประเมินผลงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย (ทั้งคณะและรายบุคคล)
คะแนนประเมินร้อยละ
85 - 100% = ดีมาก - ดีเยี่ยม
75 - 85% = ดี
65 - 75% = ค่อนข้างดี
50 - 65% = ดีพอสมควร
Below 50% = ควรปรับปรุง

หัวข้อพิจารณาการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย

แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย มีหัวข้อพิจารณาหลัก ได้แก่

- โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
- บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
- การประชุมคณะกรรมการ
- การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ
- ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
- การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร

สรุปผลการประเมินเฉลี่ยของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะในปี 2560

คณะกรรมการ คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์
1. คณะกรรมการบริษัท    
รายคณะ 94.77% ดีมาก - ดีเยี่ยม
รายบุคคล 97.57% ดีมาก - ดีเยี่ยม
2. คณะกรรมการตรวจสอบ    
รายคณะ 100.00% ดีมาก - ดีเยี่ยม
รายบุคคล 100.00% ดีมาก - ดีเยี่ยม
3. คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและสรรหา    
รายคณะ 89.29% ดีมาก - ดีเยี่ยม
รายบุคคล 91.04% ดีมาก - ดีเยี่ยม
4. คณะกรรมการบริหาร    
รายคณะ 90.17% ดีมาก - ดีเยี่ยม
รายบุคคล 91.73% ดีมาก - ดีเยี่ยม
5. คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล    
รายคณะ 99.86% ดีมาก - ดีเยี่ยม
รายบุคคล 100.00% ดีมาก - ดีเยี่ยม
6. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง    
รายคณะ 85.14% ดีมาก - ดีเยี่ยม
รายบุคคล 94.79% ดีมาก - ดีเยี่ยม

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี
ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี (Audit Fee)e
บริษัทฯ และบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชีให้กับบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงาน สอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด

หน่วย : บาท

ค่าตอบแทนการสอบบัญชี ประจำปี 25601 2559 2558
1. ค่าสอบบัญชีประจำปีและค่าสอบทานรายไตรมาสสำหรับ งบการเงินเฉพาะและงบการเงินของบริษัท 1,000,000 1,120,000 1,050,000
2. ค่าสอบบัญชีประจำปีและรายไตรมาสของบริษัทย่อย 4,900,000 4,530,000 3,950,000
รวมค่าสอบบัญชีของบริษัทฯ และบริษัทย่อยทั้งหมด 5,900,000 5,650,000 5,000,000

หมายเหตุ: 1สำหรับรอบระยะเวลา มกราคม - กันยายน 2560

ทั้งนี้บริษัทที่เป็นสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีไม่มีความสัมพันธ์หรือส่วนได้เสียใดๆ กับบริษัทฯ บริษัทย่อย ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งค่าตอบแทนการสอบบัญชีประจำปีจะนำเสนอผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติทุกครั้ง

ค่าตอบแทนอื่น (Non-audit Fee)

หน่วย : บาท

ค่าบริการอื่น 25601 2559 2558
1. ค่าบริการสอบทานประมาณการงบการเงิน - - 1,312,548
2. ค่าบริการให้คำปรึกษา 520,000 - -

หมายเหตุ: 1สำหรับรอบระยะเวลา มกราคม - กันยายน 2560

การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ ประธานกรรมการและประธานอำนวยการของบริษัทฯ มิได้เป็นบุคคลเดียวกันเพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบ ระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการให้ชัดเจน เนื่องจากประธานกรรมการทำหน้าที่บริหารคณะกรรมการ ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแล การบริหารจัดการของฝ่ายจัดการ ส่วนประธานอำนวยการเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดการ ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบาย และเป้าหมายที่อนุมัติโดยคณะกรรมการ นอกจากนี้ การที่ประธานกรรมการมิได้เป็นบุคคลเดียวกับประธานอำนวยการทำให้เกิด การคานอำนาจ และประธานกรรมการสามารถทำหน้าที่ได้โดยอิสระ
นอกจากนี้ องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทยังประกอบด้วยกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวนน้อยกว่ากรรมการที่ไม่เป็น ผู้บริหารในสัดส่วน 1: 8 จากจำนวนกรรมการบริษัททั้งคณะ 9 ราย ซึ่งการมีกรรมการที่เป็นผู้บริหารในคณะกรรมการบริษัทจำนวน น้อยที่สุดเช่นนี้เป็นการถ่วงดุลและสร้างความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการจะไม่ถูกครอบงำโดยฝ่ายจัดการ

สรุปการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบริษัทในปี 2560

รายชื่อกรรมการบริษัท การเข้าร่วมประชุม/การประชุมทั้งหมด
คณะกรรมการ บริษัท คณะกรรมการ ตรวจสอบ คณะกรรมการ พิจารณา ค่าตอบแทน และสรรหา คณะกรรมการ กำกับดูแล บรรษัทภิบาล คณะกรรมการ บริหาร
1. นายวันชัย ศารทูลทัต 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
  2 ครั้ง /
2 ครั้ง
   
2. นายปณต สิริวัฒนภักดี 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
  2 ครั้ง /
2 ครั้ง
  6 ครั้ง /
8 ครั้ง
3. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
       
4. นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
       
5. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
      8 ครั้ง /
8 ครั้ง
6. นายชายน้อย เผื่อนโกสุม 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
4 ครั้ง /
4 ครั้ง
2 ครั้ง /
2 ครั้ง
2 ครั้ง /
2 ครั้ง
 
7. นายอุดม พัวสกุล 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
4 ครั้ง /
4 ครั้ง
     
8. นายชินวัฒน์ ชินแสงอร่าม 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
4 ครั้ง /
4 ครั้ง
  2 ครั้ง /
2 ครั้ง
 
9. นายธนพล ศิริธนชัย 4 ครั้ง /
4 ครั้ง
    2 ครั้ง /
2 ครั้ง
8 ครั้ง /
8 ครั้ง

การถือหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร

กรรมการ / ผู้บริหาร ณ 30 กันยายน 2560 รวม
31/12/59
เปลี่ยนแปลง เพิ่ม (ลด)
จำนวนหุ้นที่ถือโดย กรรมการ / ผู้บริหาร จำนวนหุ้นที่ถือโดย ผู้เกี่ยวข้อง* รวม
30/09/60
ต้นปี ระหว่างปี ปลายปี ต้นปี ระหว่างปี ปลายปี
กรรมการ
1. นายวันชัย ศารทูลทัต
-
-
-
-
-
-
-
-
-
2. นายปณต สิริวัฒนภักดี
-
-
-
-
-
-
-
-
-
3. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี
-
-
-
-
-
-
-
-
-
4. นายโชติพัฒน์ พีชานนท์
-
-
-
-
-
-
-
-
-
5. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร
-
-
-
-
-
-
-
-
-
6. นายชายน้อย เผื่อนโกสุม
-
-
-
-
-
-
-
-
-
7. นายอุดม พัวสกุล
-
-
-
-
-
-
-
-
-
8. นายชินวัฒน์ ชินแสงอร่าม
-
-
-
-
-
-
-
-
-
9. นายธนพล ศิริธนชัย
-
-
-
-
-
-
-
-
-
ผู้บริหาร
1. นายธนพล ศิริธนชัย
-
-
-
-
-
-
-
-
-
2. นายแสนผิน สุขี
-
-
-
-
-
-
-
-
-
3. นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล
-
-
-
-
-
-
-
-
-
4. นางสาวปรัศนีย์ สุระเสถียร/1
-
-
-
-
-
-
-
-
-
5. นายวิทวัส คุตตะเทพ
-
-
-
-
-
-
-
-
-
6. นายเทพศักดิ์ นพกรวิเศษ
-
-
-
-
-
-
-
-
-
7. นางสาวธีรนันท์ กรศรีทิพา
-
-
-
-
-
-
-
-
-

หมายเหตุ: 1นางสาวปรัศนีย์ สุระเสถียร ได้เข้ารับตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560


ไทย | EN

Copyright © 2016, Golden Land Property Development PLC. All Rights Reserved.